Thursday, June 18, 2009

ด้วยรัก ความตาย และหัวใจสลาย

ผ่านไปแล้วห้า-หกวัน นับตั้งแต่วันแรกที่เรารู้ข่าว...
จำ..จัน..ลูกน้องกรูได้ใช่ป่ะ คือว่า..แม่เค้าเสียแล้ว
ข่าวนี้ทำให้ลูกน้องทุกคนในร้านช๊อค รวมทั้งตัวกรูเองด้วย เพราะช่วงที่รู้ข่าวเป็นช่วงที่กรูคิดถึงเรื่องความตาย อยู่เนืองๆ

เรื่องมันเริ่มต้นขึ้นในวันหนึ่ง เมื่อเพื่อนกรูมันบอกว่า หมอดูทักว่าอีกสิบกว่าปีมันจะถูกรถชนตาย..
แม่ง..ฟังแล้วทั้งกลัวทั้งโมโห บางคนก็บอกว่า ไม่เห็นต้องคิดเป็นเรื่องจริงจังเลย แค่คำทักของหมอดู
เปล่า กูไม่ได้คิดมากเรื่องคำทักทายของหมอดูหรอก ที่กรูเก็บมาคิดมากคือ
ถ้าคนที่เรารักตายไปทีละคน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน หรือพี่น้อง หรือหมาที่กูรัก กูแย่แน่...
มันเป็นความคิดที่น่ากลัวมาก น่ากลัวกว่าการคิดว่า ..เราจะตายยังไงซะอีก
เรื่องพวกนี้มันทำให้กูนึกถึง..ยาย คนที่กูรักและตายจากไปเป็นคนแรก
มันหนักหนายิ่งกว่าหมาตาย มันพูดยาก ร้องไห้ยาก และทำใจลำบากมากมายนัก
อย่าให้กูพูดเลย.......
หลังจากทำใจไม่คิดเรื่องนี้ได้เพียงแค่หนึ่งวัน วันรุ่งขึ้น..จัน..ก็ต้องลากลับบ้านไปงานศพแม่
มองจันร้องไห้ น้ำตากูก็จะไหล T_T พูดอะไรไม่ออก ได้แต่บอกว่า..พี่เสียใจด้วย
เป็นครั้งแรกที่พูดคำว่า.. เสียใจ แล้วรู้สึกอย่างที่พูดจริงๆ
และสิ่งที่กูรู้อยู่แก่ใจคือ เด็กคนนี้มาทำงานต่างบ้านต่างเมือง หวังปลูกบ้านให้ครอบครัวอยู่สุขสบาย
แต่สุดท้ายก็ต้องกลับไปจัดงานศพแม่ ก่อนบ้านจะปลูกเสร็จ ..เฮ้ออออ

สี่ห้าวันนี้ กรูเลยต้องกลับมาอยู่โยงที่ร้าน ทำงาน ทำงาน แล้วก็ทำงาน
ในระหว่างนั้นกรูก็โทรไปหาอีบัวหัวโต หวังพูดคุยเพียงเล็กน้อยเพื่อถ่ายทอดความในใจ
..แม่งก็ไม่รับโทรศัพท์

นานมาแล้วกรูเคยให้เบอร์โทรศัพท์ของเพื่อนสนิทกับบัวไว้ สั่งเสียกับมันว่า
ถ้าพี่เป็นอะไรไป โทรไปบอกเพื่อนพี่ให้หน่อย แบบว่ากลัวคนที่บ้านไม่โทรไปบอกเพื่อน
เพราะตอนนั้น คุยกับมันเกือบทุกวัน(ยังไม่มีแฟนก็อย่างนี้ล่ะ) ถ้าเราเป็นอะไรไปมันต้องรู้ก่อนคนอื่นอยู่แล้ว
ถึงตอนนี้ถึงได้รู้ว่าคิดผิด
miss call ผ่านไปสองวัน อีบัวเพิ่งจะโทรกลับ
ประชดประชันมันไปว่า...นี่ถ้าพี่ตาย ก็เผาไปแล้วมาไม่ทันแล้วล่ะ
มันยังมีหน้าตอบกลับมาว่า..เผาซะแล้ว เผาเร็วจัง -__-

ผ่านไปอีกห้าวัน ในที่สุด สองหมีก็ได้คุยกัน(ต้องมีการจิกด่าเล็กน้อยก่อนจะได้คุย)
บัวเพิ่งเสร็จสิ้นจากการเหน็ดเหนื่อย กับเทศการหนังตลก ด้วยความร่วมมือกับ ททท. กทม. และสมาคมตลกแห่งชาติ
(ใช่ป่าวไม่รู้) ซึ่งมันบอกว่า ..ล้มเหลวไม่เป็นท่า เหนื่อย ผิดหวัง เซ็ง และอีกหลายอารมณ์
ในขณะที่บทสนทนาของมันมีแต่เรื่อง สูจิบัตร subtitle การแปล การยิงsub ม้วนฟิล์ม เครื่องฉาย และเงิน
บทสนทนาของกูก็มีแต่ คะน้า ไก่ต้ม ไก่ทอด หมา ลูกค้า ลูกน้อง และเงิน
แต่การสนทนาก็ยังดำเนินไป ดังเช่นที่เคยเป็น
มันทำให้กูรู้ว่า การที่มีคนรับฟังมันเป็นเรื่องดี และการที่มีคนที่เราพูดคุยได้ทุกเรื่อง ยิ่งเป็นเรื่องที่ดีมาก

และสุดท้ายนี้ขอให้ทุกทุกคนที่กูรัก จงมีอายุยืนกว่ากู........สาธุ
ปล. ชื่อเรื่องบล๊อคนี้ เป็นหนังสือเล่มหนึ่งของ ฮารุกิ มูราคามิ
ด้วยหนังสือเล่มนี้ทำให้กูเป็นแฟนหนังสือของเขาเรื่อยมา และมันช่างตรงกับเรื่องความตายเสียเหลือเกิน

3 comments:

chery...me said...

น่ากลัวและ น่าเศร้า เน๊อะ ว่ามั๊ย

My Dear Space said...

สั่งเสียไว้กะไอ้บัวเนี่ยนะ พี่หวังพึ่งมันได้ด้วยเหรอ
ดูจาก Missed call สองวันแล้วโทรกลับเนี่ย ฮ่าาา

ยังไม่ได้คุยกะมันเรยเรื่องงานหนัง
ฃแต่ได้เงินแล้ว แป่ว แป่ว
แถมพอถามมันว่าหักภาษี ณ ที่จ่ายรึยัง
มันถามว่า ต้องหักด้วยเหรอ เอ่อออออ

ป.ล.ชอบหนังสือของมุราคามิ มาก เริ่มอ่านเล่มแรกเรื่องไรหว่า ที่ฝนตก แล้วหน้าปกเป็นผู้หญิง ขากะเผลก

keng said...

ก็ตอนนั้นมันไม่มีแฟนไง มันเลยติดพี่มากเป็นพิเศษ
ส่วนตอนนี้.....ชิส์
หัวโตมันบอกพี่แล้วล่ะว่าเดียร่ำรวย มากมาย งานแปลล้นเหลือ พาลอิจฉาตาร้อนกันถ้วนหน้า

และขอบคุณที่ทำให้พี่ได้สังเกตุว่า miss call ต้องมีed 555เอิ๊กกกก