Sunday, January 16, 2011

ความสุขที่ต้องเริ่มจากตัวเรา

ไม่ใช่นักเดินทาง และยังห่างไกลจากคำว่าแสวงหาตัวตนเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นการออกเที่ยวของเราแต่ละครั้งมันก็แค่เป็นการไปหาความสุขใส่ตัวตามประสาตัวเอง ไม่ได้มีรูปแบบ ไม่มีสาระ และไม่จำเป็นต้องดำเนินรอยตามใคร

การออกไปเที่ยวด้วยตัวเองของเราำไกลมากสุดคงเป็นการขับรถมอเตอร์ไซด์จากพิษณุโลกไปสุโขทัย เป็นอารมณ์ที่อยากไปก็ขับไปตามประสา ไม่ได้วางแผน ไม่ได้รู้ทาง ขับไปเรื่อยๆ กว่าจะรู้ตัวก็มาไกลเกินกว่าจะหันหลังกลับ ตามประสาคนหัวดื้อก็ต้องทนขับกันไปให้ถึงจุดหมาย กลับถึงบ้านจึงปวดตูด ปวดแขน หน้าตึงเพราะแรงลม ไม่ได้รู้สึกดีอะไรเลย คิดแต่ว่าไม่เอาอีกแล้ว น่ากลัวอิ๊บอ๋าย รถบรรทุกก็เยอะหวิดจะโดนเฉี่ยวไปกินตั้งหลายครั้งหลายหน พอเวลาผ่านไปถึงได้รู้สึกดีทุกครั้งที่คิดถึงความบ้าของตัวเองในครั้งนั้น

และทุกครั้งที่จะเดินทางไกลเรามักจะคิดถึงการขับรถไปสุโขทัยในครั้งนั้น อยากจะนำความบ้าระห่ำแบบนั้นกลับมาให้ตัวเองอีกครั้ง

ครั้งก่อนที่ไปญี่ปุ่นกับบัว เรียกได้ว่าเป็นการไปแบบหมีๆ คือไม่ได้มีการวางแผนไว้ว่าจะไปกัน แค่เราคิดว่าเราอยากจะไปญีุ่ปุ่นสักครั้งในชีวิต และโกบ๊วยก็สนับสนุนความคิดและให้ตั๋วบินฟรี เมื่อโอกาสมาถึงเราก็รีบคว้า หันซ้ายหันขวาคนที่พอจะออกไปเที่ยวด้วยกันได้ในครั้งนั้นก็เห็นจะมีแต่บัว ก่อนไปเรายังหวั่นๆอยู่ในใจว่าผลจะออกมาเป็นยังไง เพราะตอนนั้นเราสองคนก็สนิทกันแค่ในระดับหนึ่ง มันช่างแตกต่างกับการที่จะต้องตัวติดกันตลอดเวลา 24ชั่วโมง 10วัน ในต่างบ้านต่างเมือง เค้าว่าเรื่องแบบนี้มักจะทำให้คนสนิทกันเลิกคบกัน และคนที่ห่างกันกลับใกล้กันมากขึ้น ...เรากับบัวคงเป็นอย่างหลัง ไม่ใช่ว่ารักกันดี หรือช่วยเหลือกันดี หรือมีอะไรดีๆ ..เปล่าเลย แค่หลังจากกลับมาบัวมันจำอะไรไม่ได้เลย จำได้แต่ว่าเคยไปเทียวญี่ปุ่นกับพี่เก่งมา ...แค่นั้น จริงๆถ้ามันจำได้หมดเราอาจต้องเลิกคบกัน ฮ่าาาาา...

ครั้งนี้...เราจะไปกับน้อง น้องที่เลี้ยงมาตั้งแต่เด็กจนมันโตขึ้นมากลายเป็นเพื่อน เป็นญาติ เป็นอะไรหลายอย่างในความสัมพันธ์อันดี ไปเที่ยวครั้งนี้ตัวติดกัน 24ชั่วโมง 11วัน มันคงทำให้ได้รู้ว่า จ๊ะเอ๋จะยังคงเป็นน้องรักของพี่เก่งอยู่หรือเปล่า และพี่เก่งจะยังคงเป็นคุณพี่ที่เคารพของจ๊ะเอ๋อยู่หรือเปล่า
...กลับมาคราวนี้เราคงได้รู้กัน

Thursday, January 13, 2011

ลมหนาวกับน้ำชา ...พาใจเตลิด (เรียกสั้นๆว่า ..ว่าง)

กับอาการที่อยู่ดีดีก็นั่งเหม่อ ถอนหายใจ บางครั้งก็ยิ้มละไม และอาจเผลอหัวเราะออกมา เดี๋ยวก็อารมณ์ดี แต่เดี๋ยวก็เปลี่ยนเป็นอารมณ์เสียหน้าบึ้งโดยไม่มีสาเหตุ และบางครั้งอาจดูเหมือนกำลังใช้ความอดทนกับเรื่องบางเรื่อง ..อย่างที่สุด

อาการแบบนี้ ดูเผินๆ อาจเหมือนกำลังจะบ้า แต่จริงๆแล้ว ...เค้า-แค่-อาจ-จะ-กำลังมีความรัก ความรักที่เค้าว่ากันว่าเป็นเรื่องที่ดี ทำให้หัวใจเต้นแรง เกิดอาการวูบวาบในหัวใจซ้ำๆกันหลายครั้ง จนดูเหมือนจะเป็นโรคหัวใจรั่ว ...เค้าถอนหายใจแบบคนที่มีความสุขและอมทุกข์ไปพร้อมกัน รู้สึกว่า..ความรักเปรียบเสมือนระลอกของลมหนาว ที่บางครั้งทำให้อยากกอดรัดใครสักคนจนแนบแน่น แต่บางครั้งก็อยากจะอยู่เงียบๆเพียงลำพังเพื่อรักษาใจ

เค้าคิดได้ว่า ...ความรักทำให้ประสบการณ์ในชีวิตเพิ่มสีสัน ทำให้เรามองเรื่องต่างๆที่ผ่านเข้ามาในแต่ละวันได้หลายมุมมอง ไม่ว่าตอนที่กำลังจะมีความรัก จมดิ่งอยู่ในความรัก หรือผิดหวังจากความรัก

รักใครสักคนเป็นเรื่องที่ดี ...เค้าบอกกับตัวเอง ถ้ามันไม่ทำให้เราต้องทำร้ายตัวเอง เพราะบางครั้งการที่เรารักใครบางคนมากเกินไป มันเป็นการพาตัวเองโดดลงไปในบ่อโคลนขุ่นเหนียว ไม่เห็นก้น ไม่เห็นฝั่ง ไม่เห็นใคร ...เห็นแต่ตัวเองที่กำลังแหวกว่ายไปอีกฝากฝั่งอย่างยากลำบาก อีกฝาก..ที่มีคนที่คาดหวังให้รักตอบยืนมองอยู่ และอาจจะไม่รับรู้ึถึงความรู้สึกใดใด

รักใครสักคนเป็นเรื่องที่ดี ...เค้ายังคงบอกกับตัวเอง แต่ความรักที่ทำให้วูบวาบทุกๆครั้งที่รู้สึกถึง..รัก มันเกินหัวใจจะรับไหว เค้ากลัวหัวใจที่อ่อนแอจะล้มเหลว ความรักมันต้องเป็นแบบนี้ตลอดเลยหรือไงนะ ...เค้าถามตัวเอง

จะมีไหมนะความรักที่ทำให้เรามีความสุขได้ทุกวัน ...เค้าถามตัวเองเหมือนคนช่างฝัน ก็ความรักแบบนั้น ...คือความรักที่อยากจะมี

จากคนที่มีความรัก ...แม้จะไม่มีคนรัก