Monday, November 05, 2012

จุดหมายเปลี่ยน ผลลัพธ์ไม่เคยเปลี่ยน

ตั้งต้นที่ถนนพระราม2 ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายของทุกๆคนในรถ สรรพเสียงอื้ออึงที่ต่างแย่งกันบอกจุดหมายปลายทาง เริ่มต้นอยากไปแม่กลอง เปลี่ยนไปท่าน้ำมหาชัย สุดท้ายไปวัดนางสาวแถวๆอ้อมน้อย สุดท้ายขับไปขับมาดันไปโผล่พุทธมณฑล แต่จุดประสงค์ของเรามันคืออาม่าได้ไหว้พระ และเป๋าฮื้อได้เลี้ยงปลา จุดหมายปลายทางเลยไม่ใช่ปัญหาหากผลลัพธ์ที่ได้ไม่ต่างกัน วันนั้นสี่ชีวิตเลยได้เข้าไปฟอกปอดที่สวนสาธารณะ(จัดว่าเป็นสวนสาธารณะหรือเปล่าหว่า)ที่ใหญ่มาก ปลาก็เยอะแยะ ตัวใหญ่ และหิวโหย
ท้ายสุดสองคนย่าหลานเลยเมามันกับการเลี้ยงปลาหิว หมดเงินค่าขนมปังไปเกือบห้าร้อย




















Tuesday, August 21, 2012

ติด...

เกิดอาการ "คิดได้" ขึ้นมาชั่วขณะหนึ่ง ในวันที่ลืมโทรศัพท์ "ไอโฟน" ไว้ที่รถเชอรี่แล้วรู้สึกเฉยๆ ไม่ได้มีความรู้สึกกระตือรือล้นอยากจะกลับไปเอา

ก่อนหน้านี้สักหลายเดือน ในตอนที่เรายังมีแค่สมาร์ทโฟนธรรมดาใช้ การสื่อสารในสังคมออนไลน์ดูจะเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับเรา จำได้ว่าเคยเอ่ยปากกับเดียว่า ถ้าจะให้จ่ายค่าอินเตอร์เนตเพื่อที่จะใช้เนตผ่านโทรศัพท์ได้เดือนละหลายร้อย สู้เอาเงินมาเก็บดีกว่า
...มาวันนี้กรูจ่ายเดือนละ 900 บาท เป็นค่า 3G โอ้พระเจ้าจ๊อด ...ใครจะเชื่อว่าไอ้หมีขี้งกจะยอมจ่าย

ไม่ได้แอนตี้ ไม่ได้ขวางโลก เห็นประโยชน์อยู่กับการออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา ใช้เองมาหลายเดือนก็ชอบ และติดใจในความสะดวกสบาย มารู้ตัวเอาตอนท้ายๆ ว่ารู้สึกเหมือนตัวเองจะสมาธิสั้น จิตใจพะวงอยู่แต่กับไอ้โทรศัพท์ กลัวใครทักผ่านแอพมาแล้วเราไม่รู้ ควักแม่งออกมาดูทุกๆ 5 นาที

เลือกคะน้าก็หยิบออกมาวางไว้ข้างตัว เด็ดคะน้าไปเหลือบตามองไป
ทอดหมี่ไปก็หยิบออกมาวางไว้บนโต๊ะ เผื่อใครทักมาได้จิ้มดูว่ากรูอยากตอบหรือเปล่า
เจอลูกค้ากวนทรีนก็ควักออกมาทวีตด่ามันผ่านสื่อออนไลน์
เข้าไปนั่งอึก็ควักออกมาดูสักหน่อยว่าเพื่อนเราอัพเดตอะไรผ่านเฟซบุ๊คบ้างหรือเปล่า

ศิริรวมลองคิดดูคร่าวๆ เราเสียเวลาไปกับการนั่งจ้องโทรศัพท์วันหนึ่งน่าจะหลายชั่วโมงอยู่ ...มันสมควรแล้วหรือ เหมือนตัวเองถอดจิตไปนั่งคุยอยู่อีกโลกแล้วละเลยเพิกเฉยกับโลกตรงหน้า โลกที่ตัวตนเราสิงสถิตอยู่ณ.ปัจจุบัน

ก็สนุกดีนะคุยกับเพื่อนผ่านแอพ แต่บางทีกรูก็อยากได้ยินเสียงมันมั่งอ่ะ
ตัวติ๊กเกอร์ก็น่ารักดี แต่บางทีกรูว่าเพื่อนกรูน่ารักกว่าอ่ะ

สิ่งที่สำคัญสุดคือ รู้สึกเหมือนตัวเองจะติดใจ "ไอโฟน" มากกว่าหนังสือคู่ชีพ เพราะเห็นๆ เลยว่าอัตราการอ่านหนังสือจากเดือนละสองเล่ม เหลือสองเดือนเล่ม

ช่วงเวลาที่ไม่มี "ไอโฟน" จึงเป็นช่วงเวลาที่สุขสงบในชีวิต เหมือนได้วิถีเดิมๆ ของตัวเองกลับมา
เลยเริ่ม "คิดได้" ว่า เอ...ทำไมกรูอยากได้ "ไอโฟน" หว่า เอ...หรือกรูจะขายมันทิ้งดีหว่า

สุดท้ายหมีบ้าก็แค่หัดรู้จักควบคุมตัวเอง ใส่ใจกับปัจจุบันให้มาก เดินทางสายกลาง ใช้เครื่องมือให้เป็นประโยชน์ ไม่ใช่ให้เครื่องมือมาเป็นสิ่งควบคุมตัวเราเท่านั้นแล^^ 

Saturday, June 16, 2012

ชีวิตที่ต้องพึ่งพา



มีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในสมองตอนที่กำลังยืนล้างจานหลังบ้านที่มหาชัย เป็นความคิดที่แทรกตัวขึ้นมาท่ามกลางหมู่มวลความคิด ในเนื้อหาความคิดนั้นมีอยู่ว่า "ทำไมชีวิตกูวุ่นวายจัง"

ว่ากันตามความเป็นจริง คนหนึ่งคน เกิดมาเป็นลูกคนเดียว พ่อแม่ก็ใจเร็วทิ้งไอ้ลูกคนเดียวไปเกิดใหม่ตั้งนมนานหลายสิบปีแล้ว ไอ้เด็กคนนี้ก็เติบโตข้้ึนมา ไม่ได้เป็นภาระของสังคม มีอาชีพเป็นหลักแหล่งหาเลี้ยงตัวเองได้อย่างสุขสบาย

แค่ 1 คน กับ หมาอีก1 ตัว มันจะกินจะใช้อะไรกันมากมาย... นี่เป็นน้ำเสียงตัดพ้อของอาม่า ที่เอาไว้ด่าเราทุกครั้งเวลาเราติดงานวัน เสาร์ อาทิตย์
ลูกน้องก็บอก พี่เก่งทำงานเยอะแยะ เอาเงินไปเก็บไว้ที่ไหน
เจอหน้าญาติแก่ๆ ทีไรก็ถามว่า มึงมีเงินเก็บถึงล้านหรือยัง -___- เฮ้อออออ

มีคนเคยถามว่า ไม่เหงาเหรอพ่อแม่ก็ไม่มี พี่น้องก็ไม่มี เราคิดอยู่แป๊บนึงแล้วก็ตอบว่า ตอนเป็นเด็กเคยคิดว่าทำไมตัวเองถึงไม่มีพ่อแม่เหมือนคนอื่นเขา แต่เมื่อโตพอจนพึ่งตัวเองได้ความคิดแบบนั้นก็หายไป
ถามว่าเพราะอะไร...

เด็กๆ เมื่อมันไร้เดียงสา ชีวิตมันไม่เคยผ่านความยากลำบาก พออยากได้อะไรแล้วมันไม่ได้ มันก็ต้องร่ำร้องเรียกหาจากคนใกล้ตัว ซึ่งโดยธรรมชาติก็ต้องเป็นพ่อกับแม่ แล้วคนที่ไม่มีพ่อกับแม่อย่างเราเรียกร้องเอาจากใคร?
คำตอบคือ เราก็รู้จักและค่อยๆเรียนรู้ว่าไม่ควรเรียกร้องอะไร อะไรที่ทำเองได้ก็ทำเอง

ฟังดูน่ารันทดเนอะ...
แต่จริงๆแล้ว ชีวิตคนทุกคนไม่ได้เลวร้ายแบบนั้นทั้งหมดหรอก เพราะด้วยความเป็นลูกคนเดียวพ่อแม่ไม่อยู่เนี่ยล่ะทำให้เราถูกส่งไปอยู่หลายบ้าน หลายครอบครัว สิ่งนั้นเองทำให้เรารู้จักปรับตัวให้เข้ากับคนง่าย(ถ้าอยากทำ) กระตือรือล้นที่จะช่วยเหลือคนอื่นจนกลายเป็นนิสัย
การไปอยู่หลายๆบ้าน ทำให้เรามีน้อง(ลูกพี่ลูกน้อง)ที่แม้จะไม่ได้คลานตามกันมาเกิด แต่เราก็รักและสนิทกันไม่แพ้พี่น้องแท้ๆ ทั่วไป
การไปอยู่หลายๆบ้าน แล้วมันไม่ใช่บ้านตัวเองสักครั้งมันเป็นแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ที่ทำให้เราอยากมีบ้านเป็นของตัวเอง

กลายเป็นว่าเด็กที่เติบโตมาในครอบครัวเดียว มีพ่อแม่คอยดูแล ชีวิตเค้าก็เกี่ยวข้องอยู่กับผู้คนเพียงกลุ่มหนึ่ง แต่ในขณะที่ชีวิตเราดูเหมือนเปิดกว้าง ต้องเกี่ยวข้องกับผู้คนมากมาย
นั่นเป็นเพราะว่า กว่าคนๆหนึ่งจะเติบโตมาได้ขนาดนี้ มันต้องมีที่พึ่งทั้งทางใจ และทางกายมากมาย ในมิติของความสัมพันธ์ เมื่อได้รับมาก็ต้องคืนกลับจึงเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์

ใครเลยจะคิดได้ว่า เมื่อเกิดมาบนโลกนี้เพียงลำพัง ก็ต้องใช้ชีวิตและจากโลกนี้ไปเพียงลำพัง นั่นคงเป็นความคิดของหนอนผีเสื้อที่ต้องดิ้นรนในใยไหมไร้สังคมเพียงเท่านั้น

...ว่าแล้วก็เลิกฟุ้งซ่าน ล้างจานต่อจนเสร็จแล้วไปนอนไกวเปลต่อดีกว่า



Thursday, June 14, 2012

เพื่อนร่วมเดินทาง




หลายวันก่อนนั่งรถเพื่อน เป็นรถ4wd รุ่นพ่อ แต่สภาพการใช้งานยังดีเยี่ยม ปรกติที่พอตูดติดเบาะ เราสองคนจะมีเรื่องคุยเรื่องถกกันมากมาย ตั้งแต่เรื่องงานยันคนรัก แต่ครั้งนี้มันมาแปลก วันนั้นมันหยิบม้วนเทปคลาสเสตขึ้นมาแล้วบอกว่า "เมื่อวานกูรื้อของแล้วเจอม้วนนี้ คิดถึงมึงเลยเอามาไว้ในรถ เผื่อให้มึงฟัง" จากนั้นก็ยัดม้วนเทปนั้นลงเครื่องเล่น
เสียงกีต้าร์ในท่อนอินโทรของเพลง "อีกหน่อยเธอคงเข้าใจ" ของ เธนศ วรากุลนุเคราะห์ ดังเข้ามากรีดโสตประสาท พร้อมกับเสียงระเบิดหัวเราะของตัวเราเอง เป็นเสียงหัวเราะที่ไม่มีความหมาย แค่รู้สึกว่าทำอะไรไม่ได้นอกจากหัวเราะ
เราสองคนนั่งฟังเพลงกันไปเงียบๆ ตลอดเส้นทางการขับรถ เหมือนดึ่มด่ำ เหมือนรำลึก เหมือนต่างคนต่างมีเรื่องคิดในใจ

และเหมือนอารมณ์ตกค้าง หลังจากรถเพื่อนวันนั้นถ้ามีเวลาเรายังคงเข้ายูทูปเพื่อหาเพลงเก่าๆ ฟัง นั่งฟังไปก็คิดถึงช่วงเวลาเก่าๆ ที่เราผ่านมาโดยมีทุกๆบทเพลงเป็นเหมือนเพื่อนร่วมทางเดิน

บางครั้งรู้สึกเหมือนเพลงแต่ละเพลงมันเป็นเพลงประกอบช่วงเวลาแห่งชีวิต มันเหมือนมีเครื่องย้อนเวลาติดอยู่ในหัว โดยมีเพลงเป็นเครื่องนำทางพาเราย้อนกลับไปยังช่วงเวลานั้นๆ

ช่วงเวลาที่ไม่ว่าเพลงเศร้าเพลงไหนก็ช่างตรงกับชีวิตของกูเหลือเกิน ฮ่าาาาา(ระเบิดหัวเราะอีกครั้ง)

มีหลายคนบอกว่า ชีวิตก็เปรียบเสมือนกับการเดินทาง
มันเป็นการเดินทางที่ซ้อนทับการเดินทางของใครต่อใครหลายๆคน
เส้นทางเดินแห่งชีิวิตของเรากับของใครๆ มันอาจเกี่ยวพันโยงใยกันจนบางครั้งมันก็แยกไม่ออก แต่ทุกๆการเดินทางมันมีความทรงจำ ที่เราไม่เคยลืมเลือน ไม่ว่าเราจะเดินทางคนเดียว หรือเดินทางร่วมไปกับใคร...