กลางดึกวันที่24 หมีแก่วางแผนนอนแต่เร็วเพื่อจะได้มีแรงขับรถตอนตี3
หัวถึงหมอน ตาหลับ สมองกลับตื่น ครุ่นคิดต่างๆนาๆ เก็บของรึยังน้า เก็บเสร็จรึยังน้า อาบน้ำรึยังน้าาาาาา
อดรนทนไม่ไหว ตี1 ตื่นลงมาดู อ้าววว หลับสบายเชียว
วางใจ กลับขึ้นนอน หัวถึงหมอนกลับรู้สึกสะดุ้งตื่นเพราะเสียงนาฬิกาปลุก
แมร่งงงง ทำไมเวลาแค่หนึ่งชั่วโมงครึ่งมันถึงได้เร็ว ปานไม่ได้หลับนอนเลย
ล้างหน้าตา เปลี่ยนเสื้อผ้า เตรียมพร้อม!!
เพื่อพบว่ายังต้องรออีก 1ชั่วโมงจึงออกจากบ้านได้ เฮ้อออ
ออกจากบ้านตอนตี 3ครึ่ง กระทืบคันเร่งได้แค่ 120กม. ใช้เวลา 40นาทีถึงสนามบินสุวรรณภูมิ
ส่งโกบ๊วยทันเวลาเช็คอินแบบฉิวเฉียด แต่ครั้งนี้ดีกว่าที่ผ่านมาเพราะไร้เสียงเร่งเร้าข้างหู
เนื่องจากเราตกลงกันไว้แล้วว่า ห้ามพูดมากเด็ดขาดถ้าจะให้หมีขับ!! หึ ให้รู้บ้างว่าไผเป็นไผ
ไม่ได้มาสุวรรณภูมิเสียนาน สมาธิอันแรงกล้าก็ใช้หมดไปในตอนขามา แล้วขากลับกรูจะทำยังไงหว่า
จากกระทึบคันเร่ง 120 เหลือแค่สะกิดเบาๆ เอาแค่ 60กม. ก็ดูจะเพียงพอ
จำได้รางๆ ว่าไปทางบางนาแล้วเดี๋ยวก็จะเจอทางขึ้นทางด่วน ขึ้นปุ๊ปก็รอดตายแล้วหล่ะกู
แต่วันนั้นมันไม่ช่ายยยยย
ยิ่งขับฝุ่นยิ่งเยอะ หนทางเริ่มทุรกันดารขึ้นเรื่อยๆ รถบันทุกก็เยอะชิบ
ที่สำคัญปวดฉี่มากกกก โอยคิดไม่ออก ทำไงดี หรือว่ากูจะหลงวะเนี่ย
แก้ปัญหาเฉพาะหน้าก่อนละกัน ตัดสินใจแวะปั๊มข้างทางที่ดูสว่างสุด
เสียบเข้าไปในที่จอดรถที่มีแต่รถบันทุก โอยยน่ากลัวชิบ เป็นการฉี่รับยามเช้าที่บรรยากาศน่าสยองมาก
ความคิดที่ว่าจะเข้าไปถามทางในมินิมาร์ทเป็นอันยกเลิกไป
กูไปตายเอาดาบหน้าดีกว่าไปประกาศให้คนแปลกหน้ารู้ว่าหลง
ตีห้ากว่าแล้ว หมียังขับรถอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้
ฟ้าเริ่มสางแต่ก็ยังคงมองทางไม่ค่อยชัดเพราะฝุ่นละอองมากเหลือเกิน แต่ดูดีดีนี่มันแมลงตัวเล็กนี่หว่า
จากอารมณ์เสียเริ่มสนุก เริ่มอยากไปต่อเรื่อยๆ ไม่รู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจใดใดอีก(ก็ฉี่ไปแล้วไง)
อ๊ะ!! ป้ายบอกทาง มันเขียนว่า พัทยา ชลบุรี บางบ่อ อือ.ไม่มีกรุงเทพเลย กูคงต้องกลับรถล่ะมั๊ง
หรือว่าจะไปเรื่อยๆอย่างนี้ดีหว่า เริ่มสนุกแล้วนิ ทันใดนั้น!!!!!
เสียงโทรศัพท์นั่นเองมันดังขึ้น อยู่ไหนแล้วลูก โกบ๊วยถามมา หลงทางอยู่บางบ่อ กูตอบไป
แต่ไม่ต้องห่วงจะกลับรถแล้ว แต่เค้าพูดเรื่องอื่นต่อแล้วซะแล้ว อย่าลืมจ่ายค่า........บลาาาาาาาาาาาาาาาาาาา
โอเค..กลับบ้านไปนอนดีกว่ากู -___-
แต่ความไม่แน่ใจยังคงเข้าครอบงำ ที่สุดแล้วจึงถามพนักงานบนด่านมอเตอร์เวย์ว่า
นี่ทางไปกรุงเทพป่ะ สายตาที่ส่งกลับมาก่อนคำตอบคือ มึงมาจากไหนเนี่ย ครับ เค้าตอบสั้นๆ
โอเค!! ลุยโลดดดดดดดด
วันที่ 8 เดือนหน้าเป็นวันไปรับกลับ กรูควรจะกลับทางไหนอ่ะ
ทางบางนาเหมือนเดิม แต่ระวังหลงให้มากขึ้น หรือว่าจะไปทางใหม่ที่ดูน่าขับนั่นดี
หรือว่าจะพาโกบ๊วยไปเที่ยวบางบ่อดี เหอ เหอ
Sunday, September 28, 2008
Thursday, September 18, 2008
พร้อมรึยัง?
ในรีดเดอร์ไดเจสท์ฉบับล่าสุดมีแบบสอบถามแนบติดมาด้วย
มันเป็นคำถามเกี่ยวกับสุขภาพและความรู้เกี่ยวกับโรคต่างๆ
คำถามแรกถามว่า อะไรคือปัจจัยสำคัญที่สุดในแง่ของการดูแลสุขภาพอย่างมีคุณภาพ
กรูตอบว่า จิตใจที่พร้อมจะดูแลตัวเองอย่างจริงจัง
เพราะหลายครั้งแล้วที่กรูพบว่า เพื่อนทั้งหลายที่บ่นเรื่องสุขภาพตัวเอง
กลับไม่มีใครที่อยากจะดูแลตัวเองอย่างจริงจังสักคน
และเหตุผลที่มาอันดับหนึ่งคือ ไม่มีเวลา และถ้ามีเวลาก็ขอนอนดีก่า
..อันที่จริงหมีอย่างกรูก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองมีสุขภาพดีเลิศสักเท่าไหร่
แต่อย่างน้อย หลังจากออกกำลังกาย และดูแลตัวเองในระดับที่ไม่ยุ่งยากเกินไปนัก
กรูก็พบว่าตัวเองไปหาหมอน้อยลง จากสามเดือนครั้ง ก็เป็นปีละครั้ง
..แล้วทำไมคนที่สูบบุหรี่ นอนดึก กินเป๊ปซี่แทนน้ำเปล่าอย่างกรูถึงได้กลับตัวกลับใจ
ทุกอย่างมันเริ่มต้นขึ้นในวันหนึ่งที่กูไปยึนในห้อง ICU เพื่อเยี่ยมยาย
ท่ามกลางซากสังขารทั้งหลาย กูหายายตัวเองไม่เจอ
เพราะภาพในใจของกูนั้นมีแต่ยายที่อารมณ์ดี ยิ้มแย้ม
แวบแรกที่เห็นยาย กูคิดเลยว่า ไม่อยากกลับมายืนในที่นี้อีก ไม่ว่านอนเอง หรือเยี่ยมคนอื่น
ไม่มีสถานที่ใดน่าหดหู่ไปกว่าห้องที่มีแต่คนนอนรอความตายอีกแล้ว
ผ่านไปสองปีกว่าแล้วที่กูเลิกบุหรี่อย่างเด็ดขาด
และผ่านไปสองเดือนกว่าแล้วที่ความพยายามเลิกน้ำขวดมานานปีประสบผลสำเร็จ
เฮ้อ..อยากบอกว่าเลิกกินน้ำขวดยากกว่าเลิกบุหรี่มากนัก
ถึงขนาดที่หมีอย่างกูเก็บไปนอนฝันว่ากินเป๊ปซี่ หลายครั้งทีเดียวเชียว
และทุก.ทุกเช้าก็จะหาอะไรง่ายๆกิน ก็เค้าว่าอาหารเช้าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุดนี่นะ
ก่อนอาบน้ำก็เรียกเหงื่อสักครึ่งชั่วโมง แต่ก็ต้องแลกด้วยการนอนตื่นเช้าขึ้น
ก่อนนอนก็เล่นโยคะท่าง่าย.ง่าย ที่ฝึกเองได้ แล้วก็พยายามไม่นอนดึกเกินเที่ยงคืน
..ไม่ง่ายเลย แต่ก็พยายามทำทุุกวัน เพราะทำแล้วรู้สึกเองกับตัวเลยว่าดีจิงจิง
ดังนั้นเพื่อน.เพื่อนทั้งหลาย เรามาดูแลสุขภาพกันเถอะ
อย่าเอาสีข้างไถไปเรื่อย.เรื่อย แล้วบอกว่าไม่มีเวลา
แต่ถ้าใครทำอยู่แล้ว แล้วมีเรื่องดีดีเกี่ยวกับสุขภาพมากกว่านี้ก็บอกกรูบ้าง
อยู่กันไปนาน.นาน เถอะนะเพื่อนเอ๋ย อย่างน้อยก็อย่าตายด้วยความทรมาณจากโรคภัยเลย
..สาธุ
มันเป็นคำถามเกี่ยวกับสุขภาพและความรู้เกี่ยวกับโรคต่างๆ
คำถามแรกถามว่า อะไรคือปัจจัยสำคัญที่สุดในแง่ของการดูแลสุขภาพอย่างมีคุณภาพ
กรูตอบว่า จิตใจที่พร้อมจะดูแลตัวเองอย่างจริงจัง
เพราะหลายครั้งแล้วที่กรูพบว่า เพื่อนทั้งหลายที่บ่นเรื่องสุขภาพตัวเอง
กลับไม่มีใครที่อยากจะดูแลตัวเองอย่างจริงจังสักคน
และเหตุผลที่มาอันดับหนึ่งคือ ไม่มีเวลา และถ้ามีเวลาก็ขอนอนดีก่า
..อันที่จริงหมีอย่างกรูก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองมีสุขภาพดีเลิศสักเท่าไหร่
แต่อย่างน้อย หลังจากออกกำลังกาย และดูแลตัวเองในระดับที่ไม่ยุ่งยากเกินไปนัก
กรูก็พบว่าตัวเองไปหาหมอน้อยลง จากสามเดือนครั้ง ก็เป็นปีละครั้ง
..แล้วทำไมคนที่สูบบุหรี่ นอนดึก กินเป๊ปซี่แทนน้ำเปล่าอย่างกรูถึงได้กลับตัวกลับใจ
ทุกอย่างมันเริ่มต้นขึ้นในวันหนึ่งที่กูไปยึนในห้อง ICU เพื่อเยี่ยมยาย
ท่ามกลางซากสังขารทั้งหลาย กูหายายตัวเองไม่เจอ
เพราะภาพในใจของกูนั้นมีแต่ยายที่อารมณ์ดี ยิ้มแย้ม
แวบแรกที่เห็นยาย กูคิดเลยว่า ไม่อยากกลับมายืนในที่นี้อีก ไม่ว่านอนเอง หรือเยี่ยมคนอื่น
ไม่มีสถานที่ใดน่าหดหู่ไปกว่าห้องที่มีแต่คนนอนรอความตายอีกแล้ว
ผ่านไปสองปีกว่าแล้วที่กูเลิกบุหรี่อย่างเด็ดขาด
และผ่านไปสองเดือนกว่าแล้วที่ความพยายามเลิกน้ำขวดมานานปีประสบผลสำเร็จ
เฮ้อ..อยากบอกว่าเลิกกินน้ำขวดยากกว่าเลิกบุหรี่มากนัก
ถึงขนาดที่หมีอย่างกูเก็บไปนอนฝันว่ากินเป๊ปซี่ หลายครั้งทีเดียวเชียว
และทุก.ทุกเช้าก็จะหาอะไรง่ายๆกิน ก็เค้าว่าอาหารเช้าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุดนี่นะ
ก่อนอาบน้ำก็เรียกเหงื่อสักครึ่งชั่วโมง แต่ก็ต้องแลกด้วยการนอนตื่นเช้าขึ้น
ก่อนนอนก็เล่นโยคะท่าง่าย.ง่าย ที่ฝึกเองได้ แล้วก็พยายามไม่นอนดึกเกินเที่ยงคืน
..ไม่ง่ายเลย แต่ก็พยายามทำทุุกวัน เพราะทำแล้วรู้สึกเองกับตัวเลยว่าดีจิงจิง
ดังนั้นเพื่อน.เพื่อนทั้งหลาย เรามาดูแลสุขภาพกันเถอะ
อย่าเอาสีข้างไถไปเรื่อย.เรื่อย แล้วบอกว่าไม่มีเวลา
แต่ถ้าใครทำอยู่แล้ว แล้วมีเรื่องดีดีเกี่ยวกับสุขภาพมากกว่านี้ก็บอกกรูบ้าง
อยู่กันไปนาน.นาน เถอะนะเพื่อนเอ๋ย อย่างน้อยก็อย่าตายด้วยความทรมาณจากโรคภัยเลย
..สาธุ
Subscribe to:
Posts (Atom)