หลายปีก่อน หากมีคนถามว่า ชอบแมวมั๊ย? กูก็คงจะตอบว่า ไม่ได้เกลียด
แต่ถ้าให้เลี้ยง?..ไม่เอา
จนเมื่อเวลาผ่านไป มีโอกาสได้มาอาศัยอยู่ในร้านราดหน้า
ที่ซึ่งประกอบไปด้วยครอบครัวผู้รักแมวหลายครอบครัว
ทำให้มีโอกาสได้รู้จักแมวหลายตัว แต่ละตัวล้วนมีลักษณะเฉพาะตัว
และนิสัยประหลาด ทำให้ความนิยมในตัวแมวของกูพุ่งขึ้นมา
แต่มันมาถึงขีดสุดเอาตอนที่อาม่าข้างบ้านรับแมวลูกครึ่งมาเลี้ยง....
สีทอง..(เป็นชื่อโคตรเชยที่กูแอบไม่เห็นด้วยอยู่ในใจ ทั้งที่ตัวเองก็อาจตั้งได้ไม่ดีกว่านี้เลย)
เป็นแมวพันธ์ไทยผสมเปอร์เซีย มีขนสีทองเหลืองอร่ามสมชื่อ
ลายทางพาดผ่านขวางตามตัวอย่างชัดเจน ตากลมใส หูตั้งแลดูเฉลียวฉลาด
และตัวใหญ่สมเป็นแมวลูกครึ่ง ที่สำคัญคือขี้เล่น
และซนมากกว่าแมวทั่วไปหลายสิบเท่า
ทำให้กูหมั่นไปแวะเวียนบ้านอาม่าเพื่อเล่นกับแมวอยู่บ่อยๆ
บางครั้งอาการรักแมวพุ่งไม่หยุด หนักมากถึงขนาดอุ้มแมวชาวบ้าน
ที่เดินอยู่หน้าร้านเข้าบ้านไปด้วย(ตอนที่ไม่มีใครเห็น)
ทำตัวเป็นหมีโรคจิตติดกันอยู่ก็หลายคืน จนกระทั่งวันหนึ่ง
ไอ้ทองหายไปจากบ้านอย่างไร้ร่องรอย และไม่เคยกลับมาจนกระทั่งตอนนี้
โชคดีที่คืนที่ทองหายกูไม่อยู่บ้าน ไม่งั้นต้องตกเป็นผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่ง
เมื่อทองหายไป รักแรกพบอันสดใสในวัยรุ่นของกู
ก็ละลายหายไปพร้อมกันกับแมวสีทองตัวนั้น ........จนกระทั่งสองวันก่อน
ในขณะที่กำลังนอนกลางวันฝันหวาน ก็มีคนเอาลูกแมวมาฝากเลี้ยงสองคืน
ฉับพลันกูก็แปลงกายเป็นหมีดีใจ ดี๊ด๊า เก็บอาการไม่อยู่ อุ้มลูกแมวขึ้นบ้าน
วางลงพื้นข้างที่นอน แล้วนอนกลางวันต่อ
ปล่อยให้จูดี้ หมาอ้วนตุ๊ต๊ะกับน้องเหมียวทำความรู้จักกันไปพลางๆ
ลูกแมวตัวใหม่นี้เป็นพี่น้องกับสีทองที่หายไป พ่อแม่เดียวกัน
หน้าตาก็ละม้ายคล้ายกัน แม้จะคนละสี แต่ท่าทางฉลาดเฉลียว ขี้เล่น เหมือนถอดแบบกันออกมา
ช่วงเวลาหมีนอนกลางวันจึงหมดไปกับการคลอเคลียลูกแมวที่แสนจะนารัก
จนจูดี้ตุ๊ต๊ะงอน...เวลานั้นใครเลยจะรู้ว่านรกรอกูอยู่อีกไม่กี่ชั่วโมง
ช่วงสามทุ่ม แมวน้อยกินอิ่ม นอนหลับหงายท้องหงายพุงอยู่บนเบาะ
ไม่สนใจใครทั้งสิ้น แม้น้องกรูจะมาเยือน นั่งห่างจากแมวแค่ครึ่งเมตร
แมวก็ยังไม่ยอมขยับ และน้องกูก็ไม่เห็นแมวแม้ว่าสีแมวมันจะตัดกันกับสีเบาะขนาดไหน
ยังดีที่มันไม่เดินเหยียบก็ถือว่าเป็นบุญ
หนึงชั่วโมงจากนั้นก็เป็นช่วงเวลาแสนสุขที่น้องแมวมีเพื่อนเล่น
เล่นกันอย่างระห่ำ เล่นจนกูคิดว่าคืนนี้น้องแมวคงนอนหลับสบายด้วยความเหนื่อย
แต่ค่ำคืนอันยาวนานของกูเริ่มต้นขึ้นเมื่อกูดับไฟ.......
ก่อนนอน หันไปมองหมาอ้วนที่นอนสงบอยู่บนที่นอนตัวเอง
หันมามองแมว .................มันนั่งมองหน้ากูตาแป๋วววว
พอตากูสบมันทันใดนั้นมันก็กระโดดขึ้นบ่ากูทันที
........ไรเนี่ยน้องเหมียว ไปนอนไป กูบ่นอย่างสงบพร้อมกับจับแมววางบนที่นอน
แต่มือยังไม่ทันปล่อย แมวก็โดดขึ้นมาบนบ่ากูอีกครั้ง
.........โอเค..ตื่นนอนแล้วมั๊ง คงหิวล่ะสิ กินมื้อดึกกันหน่อยละกัน
จากนั้นกูก็พาแมวไปกินข้าว กินน้ำ กินไปก็บ่นไป...เหมียว เหมียวเหมียว เหมียว ตลอดเวลา
..........กูก็บอกมันว่า มึงจะบ่นทำไม กินเร็วๆ กูง่วง
.....แมวกินเสร็จ เราก็พากันเดินกลับห้องนอน แต่มันไม่นอน...
มันยังคงวิ่งไปมา โดดฟุตเวิร์คซ้ายขวา กางเล็บไล่ตบนั่นนี่
.......โอเค ...มึงไม่นอนแต่กูจะนอน หมีเดินหันหลังให้น้องแมว โดดขึ้นเตียง มุดผ้าห่ม
.......................เหมียวววววววววววว อีแมวเวรโดดเหยียบหัวกูทันที งับไหล่ งับหู
แล้วก็กางเล็บเอาตีนจิกกกกก ทำท่าลับเล็บ แต่ผิดที่มันมาลับบนหลังกูไม่ได้
แล้วนี่มึงต้องการไรเนี่ย กินแล้วทำไมไม่นอน คึกอะไร กูถามแมวออกมาดังๆ
มันก็ร้อง .......เหมียวว เหมียววว เหมียวววววววว ตอบด้วยเสียงอันดังไม่แพ้กัน
เหมือนกับว่ามันเถียงกูอยู่ เอ..หรือว่ามันไม่อิ่ม เราอาจให้อาหารน้อยไป
กูพาแมวออกไปกินข้าวอีกรอบ คราวนี้เทอาหารมากกว่าเดิม แต่แมวไม่ยอมกิน
เอาแต่ร้อง เหมียววววววววว....... แล้วก็เอาหัวมาถูขา แล้วก็เริ่มต้นกางเล็บจิก
แล้วก็ไต่ตัวกูขึ้นมายืนอยู่บนไหล่
........เอ..หรือว่ามันปวดฉี่ แล้วส้วมไม่สะอาด ขี้เถ้าอาจน้อยไป
.........กูก็เดินอารมณ์เสียหาขี้เถ้าที่เมื่อเย็นขอข้างบ้านมา แล้วก็เทใส่กล่อง
เปลี่ยนกระดาษรองใหม่ จากนั้นก็จับแมวลงไปนั่ง ได้ผล....มันลงมือขุด
เอาเล็บจิกกระดาษแล้วก็ตะกุยขี้เถ้า กระดาษ อย่างเมามัน
กูนั่งมองแมวทำภาระกิจส่วนตัวอย่างใจเย็น นานแล้วแต่มันก็ยังไม่ฉี่
นึกในใจว่า มันอาจต้องใช้เวลา อาจท้องผูก เราไม่เคยเห็นแมวเข้าส้วม
ไม่รู้ว่ามันนานแค่ไหน ทนหน่อยละกัน
.........นานแล้ว อีเหมียวก็ยังไม่เลิกตะกุย กูก็คิดว่าหมีคงต้องช่วย
เลยยกกระดาษขึ้นเล็กน้อยให้ขี้เถ้าไปกองกันข้างหนึ่ง อีกข้างหนึ่งโล่งๆ
แมวเหมียวทำท่าปวดเบ่งขึ้นมาทันที
.........อ้อ ปวดอึนี่เอง แหม...ขี้เหม็นเชียว เสร็จกิจ แมวน้อยทำท่าจะกลบด้วยขี้เถ้า
กูรีบจิกหนังคอแมวโยนออกไปนอกถาด กลัวตีนแมวเลอะ จากนั้นเก็บกวาดเรียบร้อย
...เอาล่ะ เราเข้านอนกันดีกว่า
.........มันก็ไม่นอน ยังคงเดินไปมาบนหน้ากู หัวกู เอาตีนอุ่นๆ เหยียบไปมา
ร้องเหมียว เหมียว ...บางทีมันอาจไม่ชอบที่เราปิดไฟ
กูก็ลุกขึ้นไปเปิดไฟ มุดตัวเข้าผ้าห่ม แมวก็ยังคงร้องเหมียว เหมียว เหมียว
ณ.ตอนนี้ จูดี้เริ่มอารมณ์เสีย จริงๆแล้วมันรำคาญตั้งแต่ตอนเราเดินเข้าออกห้องทำเสียงดังแล้ว
มันหันมามอง แล้วก็ย้ายที่นอนไปให้ไกลกูกับแมวอีกนิด
...เห็นมะ จูดี้โกรธละ นอนเถอะนะ กูอุ้มแมวมากอด ลูบขน หวังให้มันสงบ แต่เปล่า
แมวน้อยยังคงเริ่มปีนตัวกู เอาหัวมันมาถูไถไปหัวกู ........อืม...น่ารัก แหมรู้จักอ้อนซะด้วย
...ทันใดนั้นมันก็งับหูกู.........โอ๊ยยย หมีร้องด้วยความเจ็บ
แล้วก็เกิดอาการลืมตัวปัดแมวน้อยออกจากบ่าด้วยความรวดเร็ว
แมวหล่นลงไปบนที่นอน หงายท้องร้อง...แอ๊ก..
นอนนิ่งอย่างที่กูไม่เคยเห็นในรอบหลายชั่วโมง ซึ่งที่จริงแล้ว...คงจุก
โชคดีที่เป็นที่นอน ถ้าเป็นที่พื้นแมวคงตาย...เฮ้อออ
ณ.ขนะนั้น...ตี5 เริ่มมาเยือน ง่วงจนไม่รู้จะทำยังไง ในที่สุดตัดสินใจ
ปิดแอร์ เปิดไฟ เปิดม่านกั้นห้อง แล้วก็หอบหมอนกับผ้าห่มไปนอนกลางบ้าน
พอล้มตัวนอนก็รู้สึกว่าจูดี้เดินตามมานอนปลายเท้า
อีแมวน้อยเดินตามมาหวังว่าจะเหยียบหัวกูเล่นแต่จูดี้ขู่เสียงดังประกาศความเป็นเจ้าของ
........ได้ผล แมวน้อยเดินไปทางอื่น ปล่อยกูหลับอย่างสงบจน 7 โมงเช้า
สองชั่วโมงนั้นกูไม่รู้เลยว่า อีเหมียวทำอะไร เล่นอะไร แต่ได้ยินเสียงขู่ของจูดี้เป็นระยะ
...........โชคดีจริงๆ ที่มีจูดี้ รู้งี้ลงมานอนด้วยตั้งนานแล้ว
กูจำใจตื่นขึ้นมาตอนเจ็ดโมงเช้า เตรียมตัวอาบน้ำทำงาน
หันไปเห็นหมาอ้วนนอนหลับหงายท้อง
มองหาแมวน้อย...............นู่น...แม่งขึ้นไปนอนบนที่นอนกูบนเตียง..........แมวเปรต
อยากอ่านเรื่องของคืนที่สองมั๊ย?.....
คืนที่สองไม่ค่อยมีสีสันเท่าคืนแรกหรอก เพราะกูเรียนรู้แล้วว่า แมวเด็กต้องกินเกือบทุกชั่วโมง
ต้องฉี่และอึก่อนนอน เวลาหิวจะปีนขึ้นหัว เอาตีนตะกุย แล้วถ้าไม่ได้กินก็จะงับหู
กลางคืนก็ไม่นอน ...........แมวเชี่ย...ย
คืนที่สอง กูหอบหมอนกับผ้าห่มมานอนบนพื้น เปิดไฟ ใส่อาหารแมวเต็มจาน
ทำของเล่นไว้ให้มันเล่น
แต่คืนนี้จูดี้ไม่เล่นด้วย มันหนีไปนอนตัวเดียวที่มุมห้องนอนหลับอุตุ
เหมือนอดนอนเลี้ยงแมวเด็กอยู่ตลอดคืนตัวเดียว
ปล่อยกูเดียวดายนอนอยู่กลางห้องและมีอีเหมียวเดินเหยียบหน้า
เมื่อขาดจูดี้ปกป้อง กูกลับขึ้นเตียงนอน แล้วจับอีเหมียวใส่ตะกร้าผ้า
เอาที่นอนจูดี้ปิด เอาหนังสือหนักๆทับ แมวบ้าต้องใช้เวลาครึ่งชั่วโมงกว่า
ถึงจะออกมาจากที่กักขังชั่วคราวได้ ......คืนนั้นเราเลยเล่นเกมจับแมวยัดตะกร้ากันตลอดคืน
จนอีเหมียวพลังบ้าหมด จำใจนอนในตะกร้าตอนตีห้ากว่าๆ ซึ่งอย่างน้อยก็ไม่เลวร้ายเท่าคืนแรก
และกูก็สนุกนิดๆ กับการจับแมวยัดตะกร้า............5555 หมีซาดิสต์
และในตอนนี้...ถ้ามีคนถามอีกว่าอยากเลี้ยงแมวมั๊ย กูก็จะตอบว่า
..อยาก..แต่ไม่อยาก...
อยากเลี้ยง เพราะแมวน่ารักและนิสัยออกจะเป็นผู้ใหญ่นิดๆ ผิดกับหมา ซึ่งมันก็มีดีคนละแบบ
แต่ไม่อยากเลี้ยงเพราะสงสารจูดี้ สองวันที่ผ่านมา ได้พิสูจน์แล้วว่า
จูดี้ไม่ต้องการสัตว์เลี้ยงอื่นมาเป็นเพื่อน "ชั้นต้องเป็นที่หนึ่ง และหนึ่งเดียว"
แววตาจูดี้มันบอก....
4 comments:
กรูว่านะ แมวอะ อย่าเลี้ยงเลย เลี้ยงหมาแหละดีแล้ว และก็นะ จูดี้มันคงเหงาแล้วละ เอาบ๊อบบี้ไปอยู่เป็นเพื่อนจูดี้จะดีกว่านะ มะ มะ
แมวแม่งหยิ่ง
บทจะเชิดใส่ทำยังกะเราเป็นธาตุอากาศ
หมั่นไส้มากจะถีบ
ยิ่งแมวเปอร์เซียนะ
โหย ภูมิใจในชาติพันธุ์ของตัวเองเหลือเกิน
แต่เวลามองแมวอ้วนๆ ตลกดีนะ
ดูลำบากในชีวิต ฮ่าา
เดียจ๋า..อีแมวเปรตตัวนี้ไม่เหมือนตัวอื่นเลยอ่ะ
มันสนใจพี่จนเกินไปด้วยซ้ำ ซึ่งอาจเป็นเพราะมันเป็นแมวเด็ก
เมื่อก่อนก็คิดแบบเดียนี่หล่ะ แต่หลังจากโขมยแมวคนอื่นมาเล่นบ่อยๆ มันก็ชินกับนิสัยมันไป เลยกลายเป็นน่ารัก เวลาเรียกแล้วมันทำท่าหยิ่งใส่ ก็จะวิ่งไปอุ้มมันเลย บางครั้งโดนกัดก็มี แต่ก็สนุก รู้สึกเหมือนกำลังตื้อขอความรัก
เอ..หรือว่าพี่เป็นพวกมาโคซิส แหะ>_<
เขียนผิด..ต้องเป็นมาโซคิส สิเนอะ
Post a Comment