โอ๊ยยย..กูจะบ้า
หลังจากถูกชักชวนให้เข้ามาร่วมสังคมในblog โดยอีนังบัวหัวโตแล้ว
วันเวลามันก็ผ่านไปนานเป็นปี พวกเรามีเพื่อนร่วมบล๊อกที่ปรากฏกายออกมาเม้นท์กันก็ไม่กี่คน
แต่พวกเราก็มีความสุขกับสังคมง่ายๆ ..เร้นลับ..เฉพาะเราๆ
หลังจากเข้ามาทำตัวน้ำเน่าในบล๊อกได้ไม่นาน เพื่อนสนิทคนนึงก็บอกให้เข้ามาดูของมันมั่ง
มันบอก..hi5...
โห..ห..กูบอกตัวเอง หลังจากเข้าไปเยี่ยมเยียนมัน
หรูหรา เพื่อนฝูงมากมาย คนเม้นท์เยอะแยะ เหมือนออนเอ็มพร้อมกันทีเดียว 20 คน
ที่สำคัญ... รูปเพียบ
แต่มันมีปัญหาสำหรับกูอย่างนึง นั่นคือนอกจากบล๊อกที่กูใช้ประจำแล้วกูไม่เคยจำรหัสผ่านของเวบอื่นได้เลย
hi5.เพื่อนกูจึงไม่เคยมีชื่อกูปรากฎกายอยู่
Blog.กูก็ไม่เคยมีชื่อใครปรากฏนอกจาก บัวกะเดียร์
นั่นก็คงด้วยเหตุผลเดียวกัน คือจำรหัสผ่านไม่ได้(มีใครเหมือนกูบ้างกรุณาปรากฎกาย)
แต่ด้วยเหตุผลที่อยากปรากฎกายให้เพื่อนเห็นบ้าง ให้มันรู้ว่าจิงจิงกูก็..ใส่ใจ
จึงเริ่มสมัครใช้ hi5 อย่างจิงจัง
โอ๊ยย...กูจะบ้า
หลังจากกูเล่น hi5แล้ว ก็พบว่ามันน่ากลัวมาก
มีคนที่กูไม่รู้จักมากมาย มาขอเป็นเพื่อน โอยย หมีตื่นกลัว หมีตื่นตัว(-__-"")
แต่การติดต่อกันผ่านอินเตอร์เนตมันก็ดีตรงที่ เราสามารถคลิก No Thanks แทนที่จะเป็น Accept ได้โดยไม่ลังเลกับคนที่เราเคยเห็นหน้า
ย้ำ ..แค่เคยเห็นหน้าแล้วก็เห็นกันผ่านคอมด้วย รูปร่าง 3 มิติของมึงเป็นยังไงกูยังไม่รู้เลย แล้วกรูจะเป็นเพื่อนกับมึงได้ยังไงฟระ
แต่ข้อดีของ hi5 ก็คือ เรารู้สึกใกล้ชิดกับเพื่อนของเรามากขึ้น แทนที่จะเป็นแค่การส่งเมล์ฟอร์เวิร์ดกันไปมา
“เหมือนได้คุยกันทุกวัน”..มันบอก
เรื่องน่าขำของ hi5 สำหรับกูก็คือ สังคม hi5 เป็นสังคมที่ใหญ่มาก ใหญ่ขนาดที่บางคนมีเพื่อนเป็นพันคน (ไรจะขนาดนั้นนะ กูมีแค่ 9 เองเนี่ย)
..มันได้ทักกันบ้างมั๊ยนะ
บางคนคงลิงค์กันไปมาแล้วเห็นกันก็อดที่จะ Add friends เพิ่มไว้ไม่ได้
รายชื่อเพื่อนในhi5 เลยมีคนที่ไม่ชอบหน้าอยู่เต็มไปหมด
และสำหรับน้องกู คนที่ถึงกับรำพันใน space ว่า “กูไม่ชอบ hi5” ก็ยังเริ่มเล่น และมีเพื่อนเป็นร้อยคน
เปล่าน้า...ไม่ได้เสียดสี
แต่ทุกครั้งที่เล่นก็มีความรู้สึกบางอย่างควบคู่ไปกับความสนุก
รู้สึกเหมือนเข้าไปยืนอยู่ในพื้นที่สาธารณะท่ามกลางผู้คนที่เราไม่สนิท บางครั้งก็รู้สึกเขิน.เขิน ที่จะพูดหรือเขียนไรออกไป
มันทำให้กูนึกถึงชั่วโมงเรียนภาษาอังกฤษ (กรุณากลับไปอ่านในหัวข้อ freinds เดือน june 2007) ฮี่ ฮี่
มันมีไรบ้างนะ
A friend of mine
Classmate
Old friend
Closest friend
Best friend
Co-worker
A lot in common
Fun to be with
และสุดท้ายที่กูจำได้ขึ้นใจ
just some one I know [acquaintance]
Friday, July 18, 2008
Friday, July 11, 2008
Blog
70%ของบล๊อกคุณเป็นเรื่องแบบไหน? 70% ของบล๊อกกรูเป็นเรื่องเหงาๆ หาสาระไม่ได้
อ้าว.อ้าว. ก็บล๊อกมันเป็นเหมือนไดอารี่ใช่มั๊ยล่ะ ก็แล้วใครเคยเขียนเรื่องมีสาระลงไดอารี่ตัวเองบ้าง
ถ้าคำตอบคือเคย กรุณาเลิกอ่านซะตั้งแต่ตอนนี้ เพราะคุณเป็นมนุษย์คนละประเภทกับเรา(กู)
บางครั้งบางคราว ที่กรูมีเวลาว่างมากเหลือเกิน ก็กลับไปเปิดอ่านบล๊อกเก่าๆ ของตัวเอง
บางอันอ่านไป.อมยิ้มไป หลายอันอ่านแล้วอยากลบทิ้งซะเหลือเกิน ไม่นึกไม่ฝันว่าทำไมตัวเอง
ถึงเขียนลงไปด๊ายยยย
ไร้สาระน่ะแน่นอน น้ำเน่านี่เรื่องปรกติ แต่โคตรหดหู่นั่นมันใครกัน ทำไมกรูถึงไร้ยางอายขนาดเขียนเรื่องแบบนี้ประจานตัวเอง
นั่นดิ..ทำไม
เคยเขียนไดอารี่ด้วยความรู้สึกเหมือนกับว่า ซักวันต้องมีใครมาอ่านมั๊ย?
กูเขียนด้วยความรู้สึกนั้นตลอดเวลา เพราะฉะนั้น ความลับที่เป็นความลับที่สุดมันก็จะยังคงอยู่ในใจกู ไม่ใช่ในไดอารี่
ความลับไม่มีในโลกหรอก เชื่อกูเถอะ
และบางครั้ง ความลับในใจมันมากมายจนเก็บไม่ไหว กูก็จะทยอยเล่าให้คนนั้นคนนี้ฟังไปเรื่อยเปื่อย
แต่คนที่ฟังไม่มีใครที่รู้สึกว่า เรื่องที่กูเล่านั้น จริงๆแล้วมันเป็นเรื่องสำคัญเพียงใด
เรื่องบางเรื่องมันไกลตัวเราเกินไปซะจน ไม่คิดเอามาเก็บให้รกสมอง เข้าหูซ้าย ก็ทะลุหูขวา
เค้าไม่รู้ตัวหรอกว่ากูกำลังเล่าความลับสุดยอดให้ฟัง(ของกู)
ด้วยเหตุนี้ความลับของหมี จึงไม่มีในโลก
ดังนั้นการเขียนบล๊อกจึงเป็นเหมือนการบำบัดจิต ได้ระบายของเน่าในใจออกวันละนิดวันละหน่อย
ตัวเบาขึ้น มันก็แบกของใหม่ได้ง่ายขึ้น แต่ทีนี้ กรรมเวรก็จะตกอยู่กับพี่น้อง พ้องเพื่อนที่เข้ามาบล๊อกกู
และพบว่า เฮ้อ.อีกแระ ไอ้เก่งแม่งจิตตกอีกแระ น่าเบื่อว่ะ
พี่น้องคับ กูพยายามแล้ว แต่ล้มเหลวเกือบทุกครั้ง หลายครั้งหลายหนเหลือเกินที่กูพบว่า
ความทุกข์ แม่งเล่าง่ายกว่าความสุขว่ะ..
กูเอง
อ้าว.อ้าว. ก็บล๊อกมันเป็นเหมือนไดอารี่ใช่มั๊ยล่ะ ก็แล้วใครเคยเขียนเรื่องมีสาระลงไดอารี่ตัวเองบ้าง
ถ้าคำตอบคือเคย กรุณาเลิกอ่านซะตั้งแต่ตอนนี้ เพราะคุณเป็นมนุษย์คนละประเภทกับเรา(กู)
บางครั้งบางคราว ที่กรูมีเวลาว่างมากเหลือเกิน ก็กลับไปเปิดอ่านบล๊อกเก่าๆ ของตัวเอง
บางอันอ่านไป.อมยิ้มไป หลายอันอ่านแล้วอยากลบทิ้งซะเหลือเกิน ไม่นึกไม่ฝันว่าทำไมตัวเอง
ถึงเขียนลงไปด๊ายยยย
ไร้สาระน่ะแน่นอน น้ำเน่านี่เรื่องปรกติ แต่โคตรหดหู่นั่นมันใครกัน ทำไมกรูถึงไร้ยางอายขนาดเขียนเรื่องแบบนี้ประจานตัวเอง
นั่นดิ..ทำไม
เคยเขียนไดอารี่ด้วยความรู้สึกเหมือนกับว่า ซักวันต้องมีใครมาอ่านมั๊ย?
กูเขียนด้วยความรู้สึกนั้นตลอดเวลา เพราะฉะนั้น ความลับที่เป็นความลับที่สุดมันก็จะยังคงอยู่ในใจกู ไม่ใช่ในไดอารี่
ความลับไม่มีในโลกหรอก เชื่อกูเถอะ
และบางครั้ง ความลับในใจมันมากมายจนเก็บไม่ไหว กูก็จะทยอยเล่าให้คนนั้นคนนี้ฟังไปเรื่อยเปื่อย
แต่คนที่ฟังไม่มีใครที่รู้สึกว่า เรื่องที่กูเล่านั้น จริงๆแล้วมันเป็นเรื่องสำคัญเพียงใด
เรื่องบางเรื่องมันไกลตัวเราเกินไปซะจน ไม่คิดเอามาเก็บให้รกสมอง เข้าหูซ้าย ก็ทะลุหูขวา
เค้าไม่รู้ตัวหรอกว่ากูกำลังเล่าความลับสุดยอดให้ฟัง(ของกู)
ด้วยเหตุนี้ความลับของหมี จึงไม่มีในโลก
ดังนั้นการเขียนบล๊อกจึงเป็นเหมือนการบำบัดจิต ได้ระบายของเน่าในใจออกวันละนิดวันละหน่อย
ตัวเบาขึ้น มันก็แบกของใหม่ได้ง่ายขึ้น แต่ทีนี้ กรรมเวรก็จะตกอยู่กับพี่น้อง พ้องเพื่อนที่เข้ามาบล๊อกกู
และพบว่า เฮ้อ.อีกแระ ไอ้เก่งแม่งจิตตกอีกแระ น่าเบื่อว่ะ
พี่น้องคับ กูพยายามแล้ว แต่ล้มเหลวเกือบทุกครั้ง หลายครั้งหลายหนเหลือเกินที่กูพบว่า
ความทุกข์ แม่งเล่าง่ายกว่าความสุขว่ะ..
กูเอง
Monday, July 07, 2008
Wednesday, July 02, 2008
หัวหิน..ราง.ราง

คือ.ไปเที่ยวหัวหินมา กินฟรี นอนฟรีอยู่ 2 วัน 1 คืน
ไปเที่ยวทะเล แต่ไม่ได้เล่นน้ำเลยอ่ะ ยังดีที่ได้เหยียบทราย(ใส่รองเท้าผ้าใบอยู่)
ไปเที่ยวทะเล น้ำทะเลไม่สวย แต่ฟ้าสวยโคตร อีกทั้งพบเจอกระรอกตัวใหญ่โคตร
และสิ่งที่เป็นที่นึกถึงสำหรับทริปนี้คือ อาหารกับ..เพื่อน
สำหรับอาหาร ใครไปเที่ยวหัวหินแล้วไม่มีที่กิน กรุณาโทรมาถามรับรองไม่ผิดหวัง
สำหรับเพื่อน..ด้วยความเมาขี้ตาของมันรึเปล่าก็ไม่รู้ แต่มันหลุดปากบอกกูว่า..กูเป็นคนไม่ใส่ใจ(ใคร)
..งั้นเหยอ T^T
ในขณะที่บทสนทนาของเราจบลงแค่นั้น แต่ในใจของกูกับคิดไปไกล
..แล้วกูไม่ใส่ใจใครบ้างเนี่ย
เป็นผลให้อาการนอนไม่หลับที่มีอยู่ก่อนยิ่งเพิ่มมากขึ้นไปอีก
..คืนนั้นกูหลับไปประมาณ 2 ชั่วโมง ที่เหลือนอนตาปริบ.ปริบ
กลับมาบ้าน 2 วันก็ยังนอนไม่ค่อยจะหลับ
และมันทำให้กูเป็นหวัดเพราะพักผ่อนไม่เพียงพอ (สันนิษฐานเอาเอง)
ปวดหัว เจ็บคอ น้ำมูกไหล ไข้ขึ้น
จำเป็นต้องหยุดงานนอนเฉยๆอยู่บนบ้าน 2 วัน
หัวสมองครุ่นคิคว่า
ทำไม..กรูต้องรู้จักตัวเองผ่านสายตาคนอื่นอยู่เสมอ..
..เฮ้อ..
Subscribe to:
Posts (Atom)