Friday, July 18, 2008

สังคม hi5

โอ๊ยยย..กูจะบ้า
หลังจากถูกชักชวนให้เข้ามาร่วมสังคมในblog โดยอีนังบัวหัวโตแล้ว
วันเวลามันก็ผ่านไปนานเป็นปี พวกเรามีเพื่อนร่วมบล๊อกที่ปรากฏกายออกมาเม้นท์กันก็ไม่กี่คน
แต่พวกเราก็มีความสุขกับสังคมง่ายๆ ..เร้นลับ..เฉพาะเราๆ
หลังจากเข้ามาทำตัวน้ำเน่าในบล๊อกได้ไม่นาน เพื่อนสนิทคนนึงก็บอกให้เข้ามาดูของมันมั่ง
มันบอก..hi5...
โห..ห..กูบอกตัวเอง หลังจากเข้าไปเยี่ยมเยียนมัน
หรูหรา เพื่อนฝูงมากมาย คนเม้นท์เยอะแยะ เหมือนออนเอ็มพร้อมกันทีเดียว 20 คน
ที่สำคัญ... รูปเพียบ
แต่มันมีปัญหาสำหรับกูอย่างนึง นั่นคือนอกจากบล๊อกที่กูใช้ประจำแล้วกูไม่เคยจำรหัสผ่านของเวบอื่นได้เลย
hi5.เพื่อนกูจึงไม่เคยมีชื่อกูปรากฎกายอยู่
Blog.กูก็ไม่เคยมีชื่อใครปรากฏนอกจาก บัวกะเดียร์
นั่นก็คงด้วยเหตุผลเดียวกัน คือจำรหัสผ่านไม่ได้(มีใครเหมือนกูบ้างกรุณาปรากฎกาย)
แต่ด้วยเหตุผลที่อยากปรากฎกายให้เพื่อนเห็นบ้าง ให้มันรู้ว่าจิงจิงกูก็..ใส่ใจ
จึงเริ่มสมัครใช้ hi5 อย่างจิงจัง

โอ๊ยย...กูจะบ้า
หลังจากกูเล่น hi5แล้ว ก็พบว่ามันน่ากลัวมาก
มีคนที่กูไม่รู้จักมากมาย มาขอเป็นเพื่อน โอยย หมีตื่นกลัว หมีตื่นตัว(-__-"")
แต่การติดต่อกันผ่านอินเตอร์เนตมันก็ดีตรงที่ เราสามารถคลิก No Thanks แทนที่จะเป็น Accept ได้โดยไม่ลังเลกับคนที่เราเคยเห็นหน้า
ย้ำ ..แค่เคยเห็นหน้าแล้วก็เห็นกันผ่านคอมด้วย รูปร่าง 3 มิติของมึงเป็นยังไงกูยังไม่รู้เลย แล้วกรูจะเป็นเพื่อนกับมึงได้ยังไงฟระ
แต่ข้อดีของ hi5 ก็คือ เรารู้สึกใกล้ชิดกับเพื่อนของเรามากขึ้น แทนที่จะเป็นแค่การส่งเมล์ฟอร์เวิร์ดกันไปมา
“เหมือนได้คุยกันทุกวัน”..มันบอก

เรื่องน่าขำของ hi5 สำหรับกูก็คือ สังคม hi5 เป็นสังคมที่ใหญ่มาก ใหญ่ขนาดที่บางคนมีเพื่อนเป็นพันคน (ไรจะขนาดนั้นนะ กูมีแค่ 9 เองเนี่ย)
..มันได้ทักกันบ้างมั๊ยนะ
บางคนคงลิงค์กันไปมาแล้วเห็นกันก็อดที่จะ Add friends เพิ่มไว้ไม่ได้
รายชื่อเพื่อนในhi5 เลยมีคนที่ไม่ชอบหน้าอยู่เต็มไปหมด
และสำหรับน้องกู คนที่ถึงกับรำพันใน space ว่า “กูไม่ชอบ hi5” ก็ยังเริ่มเล่น และมีเพื่อนเป็นร้อยคน

เปล่าน้า...ไม่ได้เสียดสี
แต่ทุกครั้งที่เล่นก็มีความรู้สึกบางอย่างควบคู่ไปกับความสนุก
รู้สึกเหมือนเข้าไปยืนอยู่ในพื้นที่สาธารณะท่ามกลางผู้คนที่เราไม่สนิท บางครั้งก็รู้สึกเขิน.เขิน ที่จะพูดหรือเขียนไรออกไป
มันทำให้กูนึกถึงชั่วโมงเรียนภาษาอังกฤษ (กรุณากลับไปอ่านในหัวข้อ freinds เดือน june 2007) ฮี่ ฮี่
มันมีไรบ้างนะ
A friend of mine
Classmate
Old friend
Closest friend
Best friend
Co-worker
A lot in common
Fun to be with

และสุดท้ายที่กูจำได้ขึ้นใจ
just some one I know [acquaintance]

Friday, July 11, 2008

Blog

70%ของบล๊อกคุณเป็นเรื่องแบบไหน? 70% ของบล๊อกกรูเป็นเรื่องเหงาๆ หาสาระไม่ได้
อ้าว.อ้าว. ก็บล๊อกมันเป็นเหมือนไดอารี่ใช่มั๊ยล่ะ ก็แล้วใครเคยเขียนเรื่องมีสาระลงไดอารี่ตัวเองบ้าง
ถ้าคำตอบคือเคย กรุณาเลิกอ่านซะตั้งแต่ตอนนี้ เพราะคุณเป็นมนุษย์คนละประเภทกับเรา(กู)

บางครั้งบางคราว ที่กรูมีเวลาว่างมากเหลือเกิน ก็กลับไปเปิดอ่านบล๊อกเก่าๆ ของตัวเอง
บางอันอ่านไป.อมยิ้มไป หลายอันอ่านแล้วอยากลบทิ้งซะเหลือเกิน ไม่นึกไม่ฝันว่าทำไมตัวเอง
ถึงเขียนลงไปด๊ายยยย
ไร้สาระน่ะแน่นอน น้ำเน่านี่เรื่องปรกติ แต่โคตรหดหู่นั่นมันใครกัน ทำไมกรูถึงไร้ยางอายขนาดเขียนเรื่องแบบนี้ประจานตัวเอง
นั่นดิ..ทำไม

เคยเขียนไดอารี่ด้วยความรู้สึกเหมือนกับว่า ซักวันต้องมีใครมาอ่านมั๊ย?
กูเขียนด้วยความรู้สึกนั้นตลอดเวลา เพราะฉะนั้น ความลับที่เป็นความลับที่สุดมันก็จะยังคงอยู่ในใจกู ไม่ใช่ในไดอารี่
ความลับไม่มีในโลกหรอก เชื่อกูเถอะ
และบางครั้ง ความลับในใจมันมากมายจนเก็บไม่ไหว กูก็จะทยอยเล่าให้คนนั้นคนนี้ฟังไปเรื่อยเปื่อย
แต่คนที่ฟังไม่มีใครที่รู้สึกว่า เรื่องที่กูเล่านั้น จริงๆแล้วมันเป็นเรื่องสำคัญเพียงใด

เรื่องบางเรื่องมันไกลตัวเราเกินไปซะจน ไม่คิดเอามาเก็บให้รกสมอง เข้าหูซ้าย ก็ทะลุหูขวา
เค้าไม่รู้ตัวหรอกว่ากูกำลังเล่าความลับสุดยอดให้ฟัง(ของกู)
ด้วยเหตุนี้ความลับของหมี จึงไม่มีในโลก

ดังนั้นการเขียนบล๊อกจึงเป็นเหมือนการบำบัดจิต ได้ระบายของเน่าในใจออกวันละนิดวันละหน่อย
ตัวเบาขึ้น มันก็แบกของใหม่ได้ง่ายขึ้น แต่ทีนี้ กรรมเวรก็จะตกอยู่กับพี่น้อง พ้องเพื่อนที่เข้ามาบล๊อกกู
และพบว่า เฮ้อ.อีกแระ ไอ้เก่งแม่งจิตตกอีกแระ น่าเบื่อว่ะ
พี่น้องคับ กูพยายามแล้ว แต่ล้มเหลวเกือบทุกครั้ง หลายครั้งหลายหนเหลือเกินที่กูพบว่า
ความทุกข์ แม่งเล่าง่ายกว่าความสุขว่ะ..
กูเอง

Monday, July 07, 2008

"True love is like a jigsaw puzzle.
The pieces will find themselves
when they are right for each other"
Anonymous

Wednesday, July 02, 2008

หัวหิน..ราง.ราง



คือ.ไปเที่ยวหัวหินมา กินฟรี นอนฟรีอยู่ 2 วัน 1 คืน
ไปเที่ยวทะเล แต่ไม่ได้เล่นน้ำเลยอ่ะ ยังดีที่ได้เหยียบทราย(ใส่รองเท้าผ้าใบอยู่)
ไปเที่ยวทะเล น้ำทะเลไม่สวย แต่ฟ้าสวยโคตร อีกทั้งพบเจอกระรอกตัวใหญ่โคตร
และสิ่งที่เป็นที่นึกถึงสำหรับทริปนี้คือ อาหารกับ..เพื่อน
สำหรับอาหาร ใครไปเที่ยวหัวหินแล้วไม่มีที่กิน กรุณาโทรมาถามรับรองไม่ผิดหวัง
สำหรับเพื่อน..ด้วยความเมาขี้ตาของมันรึเปล่าก็ไม่รู้ แต่มันหลุดปากบอกกูว่า..กูเป็นคนไม่ใส่ใจ(ใคร)
..งั้นเหยอ T^T
ในขณะที่บทสนทนาของเราจบลงแค่นั้น แต่ในใจของกูกับคิดไปไกล
..แล้วกูไม่ใส่ใจใครบ้างเนี่ย
เป็นผลให้อาการนอนไม่หลับที่มีอยู่ก่อนยิ่งเพิ่มมากขึ้นไปอีก
..คืนนั้นกูหลับไปประมาณ 2 ชั่วโมง ที่เหลือนอนตาปริบ.ปริบ
กลับมาบ้าน 2 วันก็ยังนอนไม่ค่อยจะหลับ
และมันทำให้กูเป็นหวัดเพราะพักผ่อนไม่เพียงพอ (สันนิษฐานเอาเอง)
ปวดหัว เจ็บคอ น้ำมูกไหล ไข้ขึ้น
จำเป็นต้องหยุดงานนอนเฉยๆอยู่บนบ้าน 2 วัน
หัวสมองครุ่นคิคว่า
ทำไม..กรูต้องรู้จักตัวเองผ่านสายตาคนอื่นอยู่เสมอ..
..เฮ้อ..