ตอนอยู่เสียมเรียบพอกลับถึงห้องพักเราจะกางสมุดไดอารี่ออกมาแล้วจดบันทึกค่าใช้จ่ายประจำวัน ว่าวันนี้ใช้อะไรไปบ้างราคาเท่าไหร่ ....สักพักพอหันไปเห็นจ๊ะเอ๋นอนเอาผ้าโพกหัวเป็นอาบังหลังอาบน้ำ นอนเขียนไดอารี่สีสวยลั๊ลลาแล้วก็คิดว่า นี่ทำไมกูต้องมานั่งจดรายการเหมือนทำบัญชีทุกวี่ทุกวันวะ ตั้งแต่วันนั้นเลยเลิกจด และตั้งแต่วันนั้นสองคนพี่น้องก็ใช้จ่ายเงินกับราวกับคนบ้า 5555
วิวจากหน้าต่างรถตู้ระหว่างทางจากปอยเปตไปเสียมเรียบ นั่งมองไปแล้วนึกถึงวิวแถบราชบุรีบ้านเรา แต่ก็มองเป็ด มองวัวเพลิดเพลินดี
หน้าตาของรถตู้คันที่พาเราไปเสียมเรียบ ที่กำพูชาขับรถชิดขวา พวงมาลัยซ้าย ขำตอนที่รถขับออกมาได้สักพักคนที่นั่งข้างคนขับหันมาคุยกับคนหลังรถแล้วจ๊ะเอ๋ร้องออกมาแบบเสียขวัญมากว่า "พี่เก่ง ทำไมเค้าขับรถไม่มองถนน" เราต้องบอกน้องว่า เอ๋..ที่นี่พวงมาลัยอยู่ซ้าย555
เรือลำที่พาเรานั่งมาเที่ยวโตนเลสาบ นั่งกันสองคนสบายใจ
คนขับเรือหน้าตาเป็นมิตร พูดเก่ง บริการดี ให้เรามีโอกาสลองขับเรือด้วย จ๊ะเอ๋บอกว่าสงสัยเค้าคงเมื่อยเลยให้เราขับ แต่ตอนลงจากเรือเราหันไปบอกขอบคุณเค้าที่บริการเราอย่างดี เค้าตอบกลับมาว่า "Tip for me?"
เด็กที่อาศัยในโตนเลสาบ พายกะมังมากับงูเหลือม พอเห็นเรากับเอ๋ก็บอกว่า 20 บาท พูดชัดมาก ตอนจะกลับน้องเค้าพยายามเอางูมาให้เราเล่น เรากับจ๊ะเอ๋ก็วิ่งแต๋วแตกลงเรือไปเลย ปล่อยน้องเค้ายืนงงๆ ว่ามึงสองคนเป็นอะไร555
เป็นครั้งแรกที่เห็นพระอาทิตย์ตกน้ำ รู้สึกประทับใจจนทำให้การมาเสียมเรียบวันแรกเป็นวันที่ดีมาก
ห้องนอนอันแสนสบายในโรงแรมสุดหรูราคา 260 บาทต่อคน รวมอาหารเช้า ...เลิศเลอเปอร์เฟค แต่อยู่ได้คืนเดียวก็จรลีเพราะจ๊ะเอ๋บ่นว่า ห้องเหม็น แอร์ไม่เย็น ไฟไม่สว่าง ทางเดินน่ากลัว -__-"
จ๊ะเอ๋มันตาไวมากกับร้านไอศครีม ร้านเค้ก เห็นปุ๊ปวิ่งเข้าหาเหมือนไม่เคยกิน 555 หนึ่งสกู๊ปสนนราคา 1.25$
บรรยากาศหน้าอังกอร์วัดทำให้เรานึกถึงปราสาทโอซาก้า ครั้งแรกที่เห็นรู้สึกว่า โหหห กว้างและอลังการดูสมเป็นมรดกโลกจริงๆ หรือจริงๆแล้วจะเป็นมรดกโลกได้ต้องมีคุณสมบัติแบบนี้หว่า
ทางเดินเข้าตัวปราสาทอังกอร์วัด วันที่ไปแดดแรงมากแรงจนแสบผิว สองคนพี่น้องเลยเดินเลี่ยงทางหลักไปเดินใต้ร่มไม้ข้างๆแทน
รูปสลักบนระเบียงของรอบปราสาทอังกอร์วัด บอกเล่าเรื่องราวของพระเจ้าสุริยวรมันที่2 และรามายณะ
อ่านประวัติของอังกอร์วัดเค้าบอกว่า การก่อสร้างที่นี่ใช้หินรวม 600,000 ลูกบาศก์เมตร ใช้แรงงานช้างกว่า 40,000 เชือก และแรงงานคนนับแสนขนหินและชักลากหินมาจากเขาพนมกุเลน ซึ่งอยู่หางออกไปกว่า 50 กิโลเมตร มาสร้าง
ปราสาทนครวัดมีเสา 1,800 ต้น หนักต้นละกว่า 10ตัน สุดยอดอ่ะ
กำแพงของหอสูงชั้นในของอังกอร์วัด นั่งพักกันก่อนจะปีนขึ้นบันไดที่ปัจจุบันทำเป็นไม้ไว้ให้ความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว แต่ก็ยังคงความชันถึง 50 องศาไว้
หน้าต่างหิน เป็นหนึ่งในรูปแบบของสถาปัตยกรรมที่ชอบมาก เห็นจ๊ะเอ๋ทำท่าสบายๆ แต่จริงๆแล้วต้องกระโดดผลุ่บๆ โผล่ๆ อยู่หลายรอบ 555
ปราสาท Bayon หนึ่งในเทวสถานที่ใหญ่ที่สุดและใช้ประกอบพิธีกรรมนานที่สุดในอังกอร์ธม
คนส่วนใหญ่ตื่นเต้นกับหน้าแกะสลักบนยอดปราสาท เราเองก็ตื่นเต้น แต่ตอนที่มองปราสาท Bayonไกลๆ เราเห็นชัยชนะของการเวลา หน้าแกะสลักเริ่มจางลงไปมากจากรูปภาพเก่าๆ ที่เราเคยเห็น และตัวปราสาทก็ดูทรุดโทรมซีดเซียว
เหมือนตอนที่เห็นการบูรณะตัวปราสาทอังกอร์วัด คุยกับจ๊ะเอ๋ว่า เค้าน่าจะปิดให้ตัวศาสนะสถานได้พักบ้าง เหมือนกับที่เราทำกับเกาะต่างๆที่บ้านเรา
รูปนี้ถ่ายมาเพราะเห็นภาพแปลกดี พยายามหาในหนังสือว่าคือภาพใคร แต่หาไม่เจอ ชอบเป็นการส่วนตัว555
ทางเข้าออกของเมืองอังกอร์ธม ปัจจุบันใช้ได้แค่สองประตู และประตูด้านทิศใต้เป็นประตูที่สมบูรณ์ที่สุด และใช้งานบ่อยที่สุด คลาสสิคมากๆ แต่ความกว้างของประตูมีขนาดเท่าช้างเดิน ...เดินได้ทีละตัวด้วย ปัจจุบันเปลี่ยนจากช้างเป็นรถก็เลยต้องสลับกันเข้าออกอย่างที่เห็น
ขากลับรถติดมากๆ เพราะต้องรอเข้าออกประตูตามที่เห็นจากภาพข้างบน เลยคุยกับจ๊ะเอ๋ว่า นี่ถ้าเป็นบ้านเราคงสร้างโทลเวย์และอุโมงค์ อิอิ
ผ้าลายหมีที่จ๊ะเอ๋ซื้อมากันแดด มองไกลๆจากลายหมีก็เปลี่ยนเป็นผ้าขาวม้า 555
ภาษาเก่าของชาวเขมรจ๊ะเอ๋บอกว่าเหมือนภาษาสมัยพ่อขุนรามบ้านเรา ดูจ๊ะเอ๋จะสนุกกับการศึกษาภาษาเขมรเป็นพิเศษ ชี้ชวนให้อ่านตลอดเวลา
ปราสาท Ta-Keo เป็นสถานที่อันดับหนึ่งในใจของทริบนี้ชอบการจัดวางของหินที่ก่อตัวขึ้นไปเป็นตัวปราสาท คุยกับจ๊ะเอ๋(คุยแต่กับมันเนี่ยล่ะ555) ว่าปราสาทนี้เหมือนเกมเตอติส ที่เอาสี่เหลี่ยมหลายๆแบบมาวางต่อๆกัน
หมาหน้าตาใสชื่อตาม ที่หน้าปราสาท Ta Phrom ชอบกินคุ๊กกี้ถ้าเลือกได้ แต่ถ้าเลือกไม่ได้ให้อะไรก็กิน
ด้านในของปราสาท Ta Phrom เป็นปราสาทเดียวที่ทีมบูรณะตัดสินใจไม่ตัดต้นไม้ทิ้ง ต้นไม้เลยกลายเป็นจุดเด่นกว่าสถาปัตยกรรม และTa Phrom เป็นเทวสถานที่เป็นพุทธ เพราะเป็นปราสาทที่ก่อสร้างช่วงท้ายๆแล้ว เลยแตกต่างจากศาสนสถานส่วนใหญ่ซึ่งเป็นฮินดู
หลักฐานว่าต้นไม้ใหญ่จริงๆ นี่ขนาดเอ๋มันอ้วนนะเนี่ย55555
มุมยอดฮิตที่ผู้คนชอบมา หรือเป็นจุดประสงค์ในการมาเยือน Ta Phrom แม้กระทั่งจ๊ะเอ๋ที่กำลังจะหมดแรงก็ดูสนุกสนานกับที่นี่ มันบอกว่าคนเยอะดี ให้ความรู้สึกว่าต้องแก่งแย่งกันถ่ายรูป ในขณะที่พี่มันหมดแรง อยากไปที่ที่ไม่มีคน
รูปสลักอัปศราแดนซิ่ง... ในหนังสือเขียนไว้อย่างนั้น เราก็เรียกอย่างนั้นมาตลอด ชอบ^^
ตื่นตะลึงกับความยิ่งใหญ่ของสถาปัตยกรรม ประทับใจกับความงดงามของผู้คน และมีความสุขกับการได้ปีนป่ายออกกำลัง โชคดีที่จ๊ะเอ๋ไปด้วย ไม่งั้นพี่เก่งคงไม่มีรูปงามๆของตัวเอง มาอวดชาวบ้าน ขอบคุณน้องรัก จุ๊บ จุ๊บ^^
กลับจากเสียมเรียบรู้สึกเหมือนมีเรื่องราวเยอะแยะมากมายอยากบอกอยากเล่า คุยกับเดียว่าอาจเป็นเพราะไม่ได้ออกเดินทางไกลนาน เลยตั้งกับตัวเองไว้ว่า ต่อไปนี้ต้องออกไปเพิ่มความตื่นเต้นให้ตัวเองทุกๆปีให้ได้^^
เดินทางแค่ไม่กี่วันถ่ายภาพกลับมาห้าร้อยกว่าภาพ ทุกๆภาพมีเรื่องราว ทุกๆภาพมีความทรงจำ แต่ตอนนี้รู้สึกว่ามันเริ่มเยอะเกิน กลัวว่าคนอื่นจะเบื่อ เลยตัดจบแค่นี้ซะเลย5555




























