วันนี้ไปแม่กลองมา...
ปฎิบัติภารกิจหลานยอดกตัญญู
ด้วยการพาอาม่าไปไหว้อาเหล่ากง (พ่อของอาม่า ปู่ทวดของกรู)
ที่บ้านเก่า...
เอ่อ...เรียกว่าบ้านที่อาม่าเคยอยู่มานานแล้วดีกว่า
บ้านหลังนี้เป็นบ้านที่อาเหล่ากง และลูกๆหลานๆ ใช้อยู่อาศัยมากว่า 50 ปี
สภาพบ้านเป็นบ้านไม้สองชั้น พื้นยกสูง
ใต้ถุนเป็นโคลนแข็งที่มีรอยตีนหมา ปลาตีน และปูก้ามแดงเดินสวนกันไปมา
หน้าบ้านเป็นระเบียงไม้ยื่นออกไปในคลองบางลี่
คลองเล็กๆเชื่อมกับแม่น้ำแม่กลอง สองฝั่งมีต้นลำภูขึ้นเป็นระยะ
บ้านไม้สองชั้นนี้ถ้าให้พูดตามความเป็นจริงแล้วก็ต้องบอกว่า
เก่ามากกกก...(จนน่ากลัวว่าจะพัง)
เดินแต่ละก้าวไม้กระดานส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด
...และบางแผ่นยังยุบตามน้ำหนักตัว
ไม้กระดานแต่ละแผ่นก็มีลายไม้บ่งบอกอายุการใช้งาน
เว้าๆ แหว่งๆ เป็นรู และไม่มีความเสมอในฐานะกระดานสักนิด
ดังนั้น ตอนที่กรูพาอาม่าที่อายุ 84 น้ำหนักตัวเกือบ70กิโล
และเดินเองไม่ค่อยไหวขึ้นบ้าน ที่มีบันไดเล็กจนเหมือนไม้จิ้มฟัน
หัวใจกูจึงเต้นผิดปรกติด้วยความตื่นเต้น
แถมอาม่ายังพูดจาลุ้นตลอดเวลาว่า ..ไม้แผ่นนี้มันยุบ แผ่นนี้ก็ยุบ.เฮ้อ
กว่าจะพาอาม่าขึ้นไปชั้นสองได้ เล่นเอากูเหงื่อแตกเต็มตัว
อาเหล่ากงกูนั้น เป็นคนจีนที่หอบเสื่อผืนหมอนใบมาจากเมืองจีน
แกมีลูกที่เมืองไทย 10 คน แต่ลูกที่เมืองจีนไม่รู้ว่ากี่คน(แต่มีแน่)
และมีอาม่าเป็นลูกสาวคนโต ซึ่งในฐานะพี่ใหญ่
ทุกครั้งที่มีงานรวมญาติ เสียงอาม่าที่ดังอยู่แล้วจะยิ่งดังเป็นพิเศษ
...แต่วันนี้ดังยิ่งกว่าวันไหนๆ
ฉะนั้นเวลาอาม่าสั่งงาน..
“เรียงขนม”
“หันหัวเป็ดดีดี”
“แกะถุงออกด้วย”
อะไรแบบนี้ น้องๆ ที่แต่ละคนอายุไม่ต่ำกว่า 60 ปี
ก็จะกุลีกุจอทำงานกันใหญ่ ไม่มีใครกล้าเถียงอาม่าสักคน
..ยกเว้นพี่สาวคนรองจากอาม่าที่มีอายุห่างกันแค่ 1 ปี(ประมาณ 83)
แต่ตัวผอม และแข็งแรงอย่างไม่น่าเชื่อ
แข็งแรงขนาดที่ว่า
เมื่อวานนี้แกหนีออกจากบ้านที่มหาชัย แล้วก็ขึ้นรถเมล์กลับราชบุรีคนเดียว
วันนี้ก็เลยมีเรื่องคุยอวดใหญ่ว่า “มันยังไม่ตื่นกันหรอก กูออกมาแต่เช้า”
แกบอกว่าแกเบื่อบ้านในเมือง อยากกลับมาอยู่สวน แต่ลูกๆ ไม่ให้กลับ
แล้วก็คุยต่อแบบไม่รู้จบว่า “กูหนีออกมา กูหนีออกมา” 555
เวลาสองคนนี้คุยกัน ทุกๆคนจึงถอยออกมาห่างๆ เพราะเสียงแกจะดังมาก
และมากขึ้นอีกเวลาเถียงกัน ดังจนไม้กระดานสะเทือน
ปลาตงปลาตีนตกใจหนีลงรูหมด(จริงจริงนะ)
ส่วนกูก็นั่งดูมรดกโลกสองคนเถียงกัน ไม่รู้ว่าจะห้ามดีหรือเปล่า
แต่เรื่องเด็ดของวันนี้เป็นสองเรื่องที่กรูไม่กล้าบอกใคร
หนึ่งคือความตั้งใจแน่วแน่ว่าจะถ่ายรูปรวมญาติพี่น้องของอาม่าสักครั้ง
แต่โดนรัศมีของคนแก่ข่มซะหงอ
ไม่กล้าเอ่ยปากขอให้คนแก่เข่าไม่ดีทั้งหลายมานั่งรวมกัน ไม่กล้าจริงจริง
ดังนั้นกล้องถ่ายรูปที่เตรียมไปจึงนอนสงบนิ่งอยู่ในกระเป๋าอย่างน้อยใจในความขี้ขลาดของกรู
และสองคือ
ก่อนกลับบ้าน อากู๋คนหนึ่งทำรูปงานศพเหล่ากงหล่นบนหลังคานอกชาน
และพยายามเก็บแต่ไม่สำเร็จเลยมอบหมายภารกิจให้กูก่อนจะชิ่งหนีไป
จากหน้าต่างถึงหลังคาในระยะที่แขนกรูเอื้อมไม่ถึง
ไม้แขวนเสื้อก็เขี่ยๆได้แค่ไม่กี่ใบ
ในที่สุด รูปที่เหลือจึงโดนกูเขียหายเข้าไปในซอกหลังคา
จนไม่เหลืออะไรให้เขี่ย กูจึงต้องเดินลงไปหาทางเอารูปออกจากใต้หลังคา
..แต่หาไม่เจออ่ะ..T___T
งานนี้พลาดแบบเงียบๆ ไม่กล้าบอกใครกลัวคนแก่รุมด่า
แต่ก็รู้สึกผิดจนต้องมาสารภาพบาปในนี้
เหล่ากงจะโกรธกรูมั๊ยเนี่ย....
ขอโทษค้าบเหล่ากง...เก่งจะไม่ทำอีกแล้ว
ฮือ...ฮือ....ฮือ
4 comments:
เก่ง เหล่ากงไม่ว่าหรอก แต่เหล่ากงจะไปเยี่ยมนะ เหอ เหอ
ขำ....วะ
^-^
เดียเป็นโรคกลัวคนจีนเสียงดังๆ แหละ
ยิ่งรุ่น อากง อาม่า นี่โอ้ยย อย่าได้มาเข้าใกล้ หนูกลัว
ด้วยความที่เดียเป็นคนไทยแท้ แถมมีเชื้อแขกเข้าไปอีก
ยิ่งรู้สึกว่าเหมือนคนละชาติ คนละภาษากันยังไงก็ไม่รู้อ่ะ
ไม่ใช่ไม่ดีนะพี่ แต่เหมือน Culture Shock อ่ะ
งี้ถ้าเดียเจอพี่ก็ช๊อคอะดิ..
พี่นี่รุ่นอาแปะแล้วนะ..5555
คุยกับบัวเสียงดังจนมันต้องบอกว่า
พี่เก่ง..เบาๆหน่อย..ชิส์(ไอ้หัวโต)
Post a Comment