เป็นเรื่องน่ายินดีอีกเรืองหนึ่งในรอบปี เมื่อครอบครัวหนึ่งมีสมาชิกเพิ่มขึ้นมา
แน่นอนเรากำลังพูดถึงการมีลูก ที่ในที่สุดวรลักษณ์ก็ให้กำเนิดลูกชายที่สุขภาพแข็งแรงและอวัยวะสมบูรณ์
ในตอนแรกเป็นเรื่องที่น่ากังวลเล็กน้อยที่วรลักษณ์ท้อง เพราะสุขภาพของวรลักษณ์ไม่แข็งแรง
แน่นอนเรากำลังพูดถึงการมีลูก ที่ในที่สุดวรลักษณ์ก็ให้กำเนิดลูกชายที่สุขภาพแข็งแรงและอวัยวะสมบูรณ์
ในตอนแรกเป็นเรื่องที่น่ากังวลเล็กน้อยที่วรลักษณ์ท้อง เพราะสุขภาพของวรลักษณ์ไม่แข็งแรง
ป่วยบ่อยและดูเหมือนจะเป็นโรคภูมิแพ้ทุกๆอย่าง
วรลักษณ์นั้นเป็นคนที่มีความขี้เกียจมากโขอยู่ในตัว ทำให้ตอนวรลักษณ์ท้องยิ่งไม่ทำอะไรเลย
นอกจากกินแล้วก็นอน โดยอ้างว่าลูกหิว หรือไม่ก็ลูกง่วงจะไปนอนเป็นเพื่อนลูก
พวกเราได้แต่หัวเราะขำๆ ไปกับความขี้เกียจของมัน แต่ก็ปล่อยให้มันกินแล้วก็นอนสมใจอยาก
มีอยู่วันนึง หมีอย่างกูต้องพาน้องท้องใหญ่ออกไปซื้ออาหาร เป็นร้านอาหารที่ตั้งอยู่ริมถนน
ยาวประมาณ 300 เมตร มันอยากกินตั้งแต่ร้านแรกยันร้านสุดท้าย
กูก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากบ่นไปซื้อไป แต่ก็อดจะประชดมันไม่ได้ว่า
ที่ท้องป่องเนี่ยไม่ใช่ลูกหรอก แต่เป็นขี้....
จนเช้าวันทึ่7 พฤษภาคมที่ผ่านมา วรลักษณ์ไปหาหมอเช็คครรภ์ตามปรกติ
จนเช้าวันทึ่7 พฤษภาคมที่ผ่านมา วรลักษณ์ไปหาหมอเช็คครรภ์ตามปรกติ
แต่หมอบอกว่าให้อยู่โรงพยาบาลเลย เนื่องจากปากมดลูกเปิด ต้องคลอดก่อนกำหนดสองสัปดาห์
ณ.ห้องรอคลอด กู แม่วรลักษณ์(ซิ๊มขวัญ) และน้องโรส (น้องวรลักษณ์)
ณ.ห้องรอคลอด กู แม่วรลักษณ์(ซิ๊มขวัญ) และน้องโรส (น้องวรลักษณ์)
ต่างนั่งเงียบๆ ฟังเสียงหัวใจน้องเต้น ..ตึกตัก.ตึกตัก.ตึกตัก.ผ่านเครื่องขยายเสียง
ที่ต้องเอาหูฟังไปแนบไว้กับท้องแม่ รอคอยให้จังหวะการเต้นช้าลง
หรือเปลี่ยนไป จะได้รู้ว่าถึงเวลาคลอด
เราชวนวรลักษณ์พูดคุยบ้างเล็กน้อยจะได้ไม่ค่อยกลัว และคลายเจ็บได้บ้าง
มีเพียงสิ่งเดียวที่เป็นหัวข้อสนทนาอันเข้มข้นคือ อาหาร เพราะว่าที่คุณแม่หิวโหยเหลือเกิน
เนื่องจากผ่านไปสี่ชั่วโมงแล้วตั้งแต่ตรวจครั้งแรก และคงต้องรอจนคลอดเสร็จถึงจะได้กินอีกครั้ง
ซึ่งหมายถึงวันรุ่งขึ้น
ห้าทุ่มครึงของคืนนั้นกูก็ได้รับโทรศัพท์บอกเล่าจากน้องโรสว่า พี่วรคลอดทารกเพศชาย
ห้าทุ่มครึงของคืนนั้นกูก็ได้รับโทรศัพท์บอกเล่าจากน้องโรสว่า พี่วรคลอดทารกเพศชาย
น้ำหนัก 3030 กรัม ที่แข็งแรงและขาวจั๊วะ
วันรุ่งขึ้นกูก็ออกไปเยี่ยมน้องด้วยความตื่นเต้น “เป๋าฮื้อ” เป็นชื่อที่วรลักษณ์ตั้งให้
วันรุ่งขึ้นกูก็ออกไปเยี่ยมน้องด้วยความตื่นเต้น “เป๋าฮื้อ” เป็นชื่อที่วรลักษณ์ตั้งให้
ไม่รู้ว่ามีเหตุผลอะไร แต่ก็โดนกูล้อไปหลายรอบ รวมถึงเรียกหลานว่า
หอยพิมพ์ ไม่ก็เต๋าเต้ย(ซื่งล้วนเป็นอาหารทะเลเหมือนกัน)
แต่ดูเหมือนนานไปผู้คนทางบ้านก็ยอมรับชื่อ “เป๋าฮื้อ”มากขึ้น
น้องเป๋าฮื้อ ผมดก คิ้วโก่ง นิ้วยาวสวยงามซึ่งนอกจากนิ้วโป้งแล้ว นิ้วที่เหลือแทบจะยาวเท่ากันหมด
โอว..เค้าว่าลักษณะดี แต่ที่เห็นแตกต่างคือ กูว่าหลานกูดำนะ ไม่ขาวหรอก
ถามวรลักษณ์คุณแม่มือใหม่ว่าคืนที่ผ่านมาเจ็บท้องมากขนาดไหน มันบอกว่า เจ็บมาก
ถามวรลักษณ์คุณแม่มือใหม่ว่าคืนที่ผ่านมาเจ็บท้องมากขนาดไหน มันบอกว่า เจ็บมาก
ร้องตลอดเวลาแล้วก็บอกให้หมอ “ผ่าเถอะ หนูเจ็บมาก” หมอก็ไม่ยอมผ่าให้
บอกว่าทนมานานแล้ว อีกไม่นานก็พร้อมคลอดให้ทนอีกหน่อยมันก็ว่า
“ไม่ทนแล้ว ผ่าเถอะหมอ ผ่าเถอะ” พร้อมทำท่าทำทางให้ดู จนกลายเป็นเรื่องตลกไป
แต่กูรู้เลยว่าเหตุการณ์จริงตอนนั้นมันคงต้องเจ็บมาก
เพราะดูจากอาการเจ็บที่ยังคงเหลืออยู่ตอนนี้ก็ไม่ธรรมดาแล้ว
และณ.ตอนนี้ เป๋าฮื้อ ก็เป็นหลานโปรดของญาติๆ ถูกห้อมล้อมจนน่าเวียนหัว
และณ.ตอนนี้ เป๋าฮื้อ ก็เป็นหลานโปรดของญาติๆ ถูกห้อมล้อมจนน่าเวียนหัว
กูหันไปมองญาติๆ ทุกคนต่างมีความเห็นต่างๆกันในวิธีการเลี้ยงเด็ก
เถียงกันไปมาจนกลายเป็นทะเลาะกัน ไม่รู้จะอะไรกันนักหนา
แต่พอหันมาเห็นหน้าหลาน หน้าตาที่ไร้เดียงสา ทำปากจู๋ ตาดำใส
แต่พอหันมาเห็นหน้าหลาน หน้าตาที่ไร้เดียงสา ทำปากจู๋ ตาดำใส
กูก็รู้ว่าเหตุการณ์ต่างๆ จะผ่านไปด้วยดี เพราะถึงอย่างไรทุกคนก็มีแต่ความปรารถนาดี
และหวังให้เป๋าฮื้อมีความสุข
1 comment:
\^O^/ ฮิ้ววววววว....
Post a Comment