Friday, January 04, 2013

มิติของความคิด



"อยากไปเขมร" ความคิดนี้ก่อตัวขึ้นเมื่อครั้งที่เดียบอกว่าจะไปฉลองวันเกิดที่เขมร แล้วก็เก็บกระเป๋าออกไปแบบรวดเร็วทันใจ นึกอยู่ในใจว่า มันง่ายขนาดนั้นเลยเหรอวะ

แต่อย่างว่า รูปแบบการใช้ชีวิตของเรามันไม่เหมือนกัน อยากไปเขมรของเราในวันนั้นผ่านไปเกือบปีถึงได้ไป

การตัดสินใจของคนเราส่วนใหญ่แล้วมาจากข้อมูล ข้อมูลที่ได้ถ้าไม่มาจากประสบการณ์ของตัวเองก็มาจากประสบการณ์ของคนอื่น และบ่อยครั้งประสบการณ์ของคนอื่นก็พาเราไขว้เขวไปในทิศทางที่มันไม่ควรจะเป็น

ก่อนได้ไปเสียมเรียบเรารู้จักแต่เขมร กัมพูชา ปราสาทเขาพนมรุ้ง นครวัด ฮุนเซน เถื่อน สกปรก ล้าหลัง
หลังกลับจากเสียมเรียบนิยามของกัมพูชาเราเปลี่ยนไป เราไม่ได้รู้สึกผูกพันธ์รักใคร่เสียมเรียบอะไรขึ้นมา แต่เราแค่รู้สึกว่า "อย่าตัดสินอะไรเพราะคิดว่ามันควรจะเป็นอย่างนั้น"

บอกตรงๆว่าวันที่เดียบอกว่า "พี่เก่งเดียนั่งตุ๊กๆคนเดียว ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่อังกอร์วัดตอนตีห้า" นึกในใจว่านี่มึงรอดมาได้ไงวะ มันน่ากลัวนะในป่าในเขา มาตอนนี้นึกด่าตัวเองว่า แล้วเรารู้ได้ไงว่ามันเป็นป่าเป็นเขา
บวกกับวันที่ตัวเองนั่งตุ๊กๆคน เดียวไปตอนตีห้าดูพระอาทิตย์ขึ้นที่อังกอร์วัดแล้วเจอผู้คนล้านแปด เห็นคนปุ๊ปยืนขำอยู่คนเดียวเหมือนคนบ้า
...เสียมเรียบไม่ได้ล้าหลังหรอก ความคิดของเราเองต่างหากที่ล้าหลัง

เมื่อวานคุยกับน้องคนนึงมันเล่าให้ฟังว่าไปเที่ยวเพชรบุรีมาตอนปีใหม่ เลยถามกลับว่าสนุกไหม มันตอบมาว่า พี่เก่งคะ หนูว่าบางทีสถานที่ท่องเที่ยวไม่สำคัญเท่าคนที่เราไปด้วยเลยนะ ถ้าไปกับคนที่ใช่ถึงไม่ออกไปไหน นอนคุยกันอยู่ในห้องก็สนุกแล้ว
ตอบมันไปว่า ถูกต้อง...

อยากไปเขมรอ่ะ ไปกับใครดี ไปกับใครแล้วสนุก สรุปสุดท้ายคนที่อยากไปด้วยมันไม่ยอมไป คนที่อยากไปเราก็ไม่อยากไปกับเค้า เลยว่าจะไปคนเดียว แต่มาลงตัวตอนที่จ๊ะเอ๋น้องรักกลับมาจากญี่ปุ่นพอดี จ๊ะเอ๋บอกว่า ถ้าหนูไม่ไปแล้วใครจะถ่ายรูปให้พี่เก่ง 5555
บอกกับ ใครๆที่ขอตามไปว่า อย่าเลย เขมรลำบาก ขี้เกียจดูแล กับจ๊ะเอ๋ก็มีความรู้สึกว่ามันเป็นน้องถึงยังไงก็ต้องดูแล ปรากฏว่ามันก็มีเรื่องราวหลายอย่างที่ทำให้เราเปลี่ยนความคิดไป

ก่อน ออกเดินทางเรารู้อยู่ว่าเราจะมาเขมร เราเตรียมใจพร้อมลุย และรู้ว่าทริปนี้ไม่ได้มากับความสะดวกสบาย ทุกอย่างเลยกลายเป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่ว่าจะเป็นห้องกลิ่นอับ มืด แอร์ไม่เย็น น้ำเหม็น ...บอกตัวเองว่านี่เขมรนะโว้ย ไม่ใช่ญี่ปุ่น
แต่จ๊ะเอ๋สอนอีกมุมมองหนึ่ง น้องบอกว่า ห้องเหม็น แอร์ไม่เย็น ไฟไม่สว่าง เปลี่ยนห้อง เปลี่ยนโรงแรม
เห็นมันเรียกร้อง ถามนู่นถามนี่ จ๊ะเอ๋เลยเป็นเหมือนตัวแทนของคนที่ไม่ยอมก้มหน้ารับชะตากรรม ถ้าสิ่งที่มีอยู่ไม่ดีพออย่างที่ต้องการ น้องกูต้องออกไปหาที่ที่ดีกว่า
...ลืมบอกมันไปว่าค่าห้องสองคนแค่ 520 บาทรวมอาหารเช้า มึงจะเอาอารายยยยย

แต่สิ่งที่ทำให้การตัดสินใจย้ายออกเป็นเรื่องที่ถูกต้อง คืออาหารเช้าที่เป็นขนมปังฝรั่งเศสก้อนน้อยเสริฟพร้อมเนยถั่ว โศกนาฏกรรมเกิดขึ่นเมื่อเอ๋ปาดเนยถั่วและพบว่ามีมดนอนตายอยู่ในเนยถั่วเป็น ร้อย ห้องอาหาร traditional
แค่ไหนก็เอาน้องกูไม่อยู่แล้ว มันเก็บกระเป๋าแบบสยดสยองและคิดว่า ไม่ว่าที่ไหนคงดีกว่าที่นี่แน่นอน
...ระหว่างที่ย้ายโรงแรมเสียงเชอรี่ดังสะท้อนกลับไปมาว่า "เป็นไงล่ะ โรงแรมกุ๊กกู๋ของมึง 5555"

บอกกับเพื่อนคนนึงว่า กูว่าการเดินทางไปในท่ีที่ไม่มีคนรู้จักเราเนี่ยดีนะ กูว่ากูรั่วได้เยอะดี มันเลยตอบกลับมาว่า สรุปมึงแค่อยากรั่วเหรอ คำตอบสุดท้ายคือ "กูแค่อยากผ่อนสายในตัวให้อ่อนลง ก่อนที่มันจะตึงจนขาด"

ตอนถึงเสียมเรียบ เราดีใจมากที่ในที่สุดเป้าหมายเราใกล้ความจริง คล้ายตื่นเต้นกับสิ่งถัดไปที่จะรอเราอยู่ เรารับกระเป๋าของตัวเองกับน้องแล้วเดินตามคนขับรถตุ๊กๆที่เราเลือก เดินออกมาชนกระเป๋าชาวบ้านที่วางกองอยู่ล้มคว่ำ ...กูก็ไม่สนใจ 555 ตื่นเต้นอ่ะ น้องเอ๋ที่เดินตามมาเอ่ยปากขอโทษคนแถวนั้นพร้อมยกกระเป๋าตั้งขึ้นแล้วรีบ เร่งเดินตามพี่หมีผู้ตื่นเต้นมาขึ้นตุ๊กๆ
ตอนลงเรือที่โตนเลสาบ เราก็ตื่นเต้นกับการนั่งเรือ เดินไปมาถ่ายรูป เดินไปนั่งหัวเรือ ไปคุยกับคนขับเรือ จนน้องบอกว่า พี่เก่ง หนูเก็บกระเป๋าใส่กล้องพี่เก่งไว้ที่หนูก่อนนะ มันหล่นอยู่กลางเรือ เราก็...อ้าว กูทำหล่นไปเมื่อไหร่

กลับ จากเสียมเรียบ สองคนพี่น้องคุยกันว่าอยากไปอียิปต์ ปิรามิดคืออีกหนึ่งความฝันของเราที่อยากไปดู เราคุยกันตอนที่เดินในอังกอร์วัดว่า ที่ไหนสร้างยากกว่ากัน อารยธรรมของใครรุ่งเรืองกว่า ทำไมต้องสร้างตรงนี้ ทำไมต้องสลักหินเป็นลวดลาย
....สิ่งเหล่านี้คงไม่เกิดขึ้นถ้าเราเดินทางคนเดียว

วันสุดท้ายที่จ๊ะเอ๋ท้องเสียนอนซมเพราะอาหารเป็นพิษในห้องโรงแรมกุ๊กกู๋(สมยานามที่เชอรี่ตั้ง) ในขณะที่มันกินอาหารไม่ได้ และร่ำร้องหาแต่สัญญาน wifi วันนั้นเราออกไปเที่ยวคนเดียว มีความสุข อิ่มอกอิ่มใจกับบรรยากาศ แต่ในใจคิดอยู่ตลอดว่าถ้าจ๊ะเอ๋มาด้วยกันคงสนุกกว่านี้
คงเหมือนที่น้องคนนั้นบอก คนร่วมทางเป็นส่วนสำคัญ
"การแบ่งปันประสบการดีๆร่วมกันคือการเพิ่มสิ่งที่มีอยู่ให้มากยิ่งขึ้นไป ไม่ใช่การตัดทอนให้น้อยลง"


2 comments:

Unknown said...

ก็บอกแล้วให้ไปลองพักที่รีสอร์ทคืนละ 85,xxx จะได้มีเป้าหมายในการเข้าคาสิโน (=´∀`)人(´∀`=)

My Dear Space said...

โรงแรมปลาทองของเดียออกจะน่ารัก
ทางเข้าเหมือนกำลังว่ายน้ำเข้าถ้ำดีออก :)