บางคนถามว่าไปเที่ยวครั้งนี้ประทับใจอะไรมากที่สุด และเกาะพยามมีที่เที่ยวอะไรบ้าง สำหรับคำถามแรกเราคิดนานมาก เพราะเราประทับใจอะไรหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติ ผู้คน สิงสาราสัตว์(โดยเฉพาะหมา) แต่พอถามว่าอะไรคือที่สุด ....ตอบไม่ได้ ท้องฟ้าและก้อนเมฆก็สวย แต่ก็ยังไม่ที่สุด หมาน่ารัก แต่ก็ยังไม่ที่สุด ผู้คนน่ารัก แต่ก็ยังไม่ที่สุด(เรื่องมากจริงกู) เลยไม่ได้ตอบคนถามไปว่าประทับใจอะไรมากที่สุด แต่พอกลับมาคิดดูนานๆ เราว่าสิ่งที่เราประทับใจมากที่สุดกลับไม่ใช่ธรรมชาติที่เราไปหา แต่กลับเป็นเพื่อนร่วมทางที่อยู่ด้วยกันตั้งแต่ต้นจนจบต่างหาก เพราะการออกไปเที่ยวมองหาธรรมชาติโดยไปกันเป็นกลุ่มใหญ่ บอกตรงๆว่าเราจะไม่ค่อยมีสมาธิมองอะไรสักเท่าไหร่นักหรอก สิ่งที่เราเห็นตลอดเวลามากกว่าท้องฟ้าและก้อนเมฆคือหน้าเพื่อน เสียงพูดคุย และเสียงหัวเราะ
เราประทับใจ เพราะในความสัมพันธ์ที่ดีเราจะรู้สึกถึงบรรยากาศการอะลุ่มอล่วย ในใบหน้าบึ้งตึงเราจะมองเห็นความห่วงใย และในน้ำเสียงอันอ่อนหวานเราจะรู้สึกได้ถึงการให้อภัย
สำหรับคำถามที่สอง เกาะพยามมีที่เที่ยวอะไรบ้าง เราตอบได้ทันทีแบบผู้มีประสบการณ์อันน้อยนิดว่า ...เกาะมันกันดารมาก ถ้าพูดให้ดูสวยหรูก็ต้องบอกว่า มันยังคงเป็นความธรรมชาติอยู่มาก เกาะเล็กๆที่มีประชากรประมาณ 500 คน เกือบครึ่งเป็นชาวพม่า และประชากรหมามากมาย ตรงกลางเกาะยังเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ มีนกเงือก มีหมูป่า บ่าง ค่าง ชะนี เก้งกวาง(อันนี้หาได้ตามที่พักทั่วไปด้วย555) ส่วนแถบป่าโกงกาง เค้าว่ามีตัวนาก ปู ลิง และถ้าออกเรือไปดำน้ำเราก็อาจจะเจอปลาโลมาว่ายมาทักทายรอบเรือ
ที่พูดมาทั้งหมดนั้น ....ไปสี่วันสามคืน ไม่เจอสักตัว แต่เค้าว่ากัน ...ว่ามันมี
แต่ถ้าจะเอาที่หาง่ายๆ แถวๆท่าเรือเราจะเจอเหยี่ยว บนทรายหาดเราจะเห็นหมาและปู (มีปูสองสามชนิด แต่แยกไม่ออกว่าอะไรเป็นอะไร รู้แต่มันไม่เหมือนกัน) เวลาน้ำขึ้นเราจะเห็นปลาตัวเล็กๆ ว่ายกันเป็นฝูงๆ
ตามหนังสือคู่มือการท่องเที่ยว เค้าอาจจะบอกว่า ไปดูพระอาทิตย์ตกดินที่อ่าวนี้ หาดนั้น ไปตกปลา ไปดำน้ำ ซึ่งเราก็รู้รู้กันอยู่ว่าไปทะเลทางใต้มันก็จะมีกิจกรรมอยู่เพียงเท่านี้ ดังนั้นหนังสือคู่มือท่องเที่ยวไม่เคยช่วยอะไรเราได้มากนัก เราจึงขอแนะนำให้ทำตัวกลมกลืนกับธรรมชาติ มองทุกอย่างเป็นเรื่องแปลกใหม่ แล้วมันจะดีเอง
มีเรื่องหนึ่งที่เราติดใจ มันเกิดขึ้นตอนที่เรานั่งเรือออกจากฝั่งระนอง เท่าที่เห็นจังหวัดระนองยังเป็นจังหวัดที่มีความเป็นชนบทอยู่มาก การท่องเที่ยวยังไม่บูมเหมือนเมืองแห่งการท่องเที่ยวอย่าง ภูเก็ต ตัวเมืองยังไม่ดูเจริญเหมือน ตรัง รอบแนวชายฝั่งยังเป็นป่าโกงกาง แต่ในป่าโกงกางมากมายที่น่าจะอุดมสมบูรณ์นั้น เราเห็นสุสานขยะ กล่องโฟม ถุงพลาสติก สิ่งต่างๆมากมายที่เราจะนึกได้ในคำว่า ...ขยะ มันอัดแน่นตั้งแต่ด้านในสุดของป่า จนถึงต้นโกงกางต้นสุดท้ายที่อยู่ติดทะเล ตลอดแนวชายฝั่งเกือบหนึ่งกิโล ขยะ..ดึงดูดสายตาเราไปจนหมดสิ้น มองในแง่ดี อย่างน้อยป่าโกงกางพวกนี้ก็ไม่ปล่อยขยะออกไปลอยเท้งเต้ง ตุ๊บป่องอยู่กลางทะเล มองในแง่ร้าย ทำไมไม่มีใครหน้าไหนสนใจจะมาตักขยะที่น่าจะหนักเป็นตันขึ้นไปบ้าง สำนึกรักษ์โลกเราพุ่งปรี๊ดถึงขีดสุด คิดสะระตะต่างๆนาๆ
...นี่ยังไม่รวมโรงเผาถ่านที่อยู่ใกล้ๆท่าเรือนั่นอีก เพราะไม่ต้องบอกใครๆก็รู้ว่าป่าโกงกางคือวัตถุดิบในการทำถ่านที่ดีที่สุด ถ้าป่าโกงกางหมด ขยะที่ยังไม่มีใครเก็บก็ลอยออกไปนอกทะเล ....ทีนี้ก็ตัวใครตัวมันล่ะมึง
คำว่าชนบท และธรรมชาติ มันมาพร้อมกับคำว่า ล้าหลัง ชาวบ้าน และวิถีชีวิตแบบเดิมๆ ที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงกันง่ายๆ เราเคยรู้สึกเจ็บปวดทุกครั้งที่กลับไปแม่กลองและเห็นสิ่งต่างๆเปลี่ยนแปลงไป การเดินทางสะดวกขึ้น ถนนเล็กถนนน้อยถูกราดยางมะตอยตีเส้นเหลือง แล้วติดป้าย “เส้นทางธรรมชาติสำหรับปั่นจักรยาน” มีป้าย “สถานที่ท่องเที่ยว” “ร้านอาหารยอดนิยม” ติดป้ายอยู่เต็มไปหมด อาแปะอาม่าและร้านสไตล์เก่าๆ กลายเป็นโลโก้เมืองแม่กลอง ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป ผู้คนสุขสำราญกับเมืองท่องเที่ยว ชาวบ้านมีอาชีพหาเลี้ยงปากท้อง แต่สิ่งที่ดีก็คือ อย่างน้อยแม่กลองก็สะอาดขึ้นสมชื่อเมืองท่องเที่ยว
ถ้าหากต้องเลือกระหว่างความเจริญและสะอาด กับเมืองธรรมชาติล้าหลังที่สกปรก ....เราควรจะเลือกอะไร
คำพูดจากปากเจ้าของรีสอร์ทที่เราไปพักบอกว่าที่เกาะพยามนี้ธรรมชาติเปรียบเสมือนเกาะเสม็ดเมื่อสมัย 15 ปีก่อน แล้วไง?... มันหมายความว่า อีก15 ปีนับจากนี้เกาะนี้จะกลายเป็นเกาะเสม็ดรึเปล่า การเดินทางจะสะดวกขึ้น ท่าเรือจะใหญ่ขึ้น ถนนจะเพิ่มขึ้น โรงแรมรีสอร์ทมากมายจะผุดกันเป็นดอกเห็ด นักท่องเที่ยวจะเดินกันขวักไขว่ นายทุนก็จะร่ำรวย และชาวบ้านก็ยังคงเป็นลูกจ้าง ใช้ชีวิตแบบเดิมๆ ...แบบนั้นรึเปล่า
ไม่อยากจะมองคนในแง่ร้าย ไม่อยากจะเป็นคนใจแคบคิดถ่วงความเจริญให้กับบ้านเมือง แต่กูยังไม่เคยเห็นเมืองท่องเที่ยวที่ไหน ที่ชาวบ้าน หรือคนท้องถิ่นจะได้รับผลประโยชน์และร่ำรวยจากการท่องเที่ยวสักราย (อ๊ะ! เผลอพูดจาหยาบคายซะแล้วสิเรา)
เริ่มต้นอย่างชื่นมื่น ไหงตอนจบถึงได้เครียดขนาดนี้ ไปดูรูปกันเต๊อะ^^











3 comments:
โดนใจเพื่อนสุดๆ อะ
เพราะถ้าถามว่าสนุกไหม สนุกมาก
ชอบไหม ก็ชอบ
แต่กรูกลับรู้สึกเศร้า ที่บนความสนุกของเรา เราไม่รู้ว่า เรากำลังทำลายอะไรไปบ้างหรือเปล่า มองไปรอบๆ ในความสวย มันมีความหดหู่ มันเป็นเซ้นท์ที่บอกว่า สักวันหนึ่ง ความสวยของที่นี่จะเปลี่ยนไป ถ้ายังไม่มีใครดูแลอย่างจริงจัง แค่นี้ก็เจ็บแล้วอะเมิง
555 อย่างน้อยเชอรี่ก็คอยด่าเพื่อนเวลามันทิ้งขี้บุหรี่ลงน้ำ และคอยเก็บถุงมาม่าเวลาที่มันลอยผ่านตอนเล่นน้ำ
...แค่นั้นก็ดีกว่าคนอื่นหลายคนแล้วล่ะ
น้ำหวานทำไปตามธรรมชาติจ๊ะู ^ ^
Post a Comment