Tuesday, February 17, 2009

รัก..is all around

ก่อนนี้องุ่นเปรี้ยวพวงนี้มักมีคำถามว่าใครฟะ กำหนดให้เดือนนี้เป็นเดือนแห่งความรัก
ทำให้วัยรุ่นและคู่รักทั้งหลายเลือกที่จะสวีทกันหวานหยดเป็นพิเศษในวันนี้
เอ้อ...ไม่ได้บ่นนะ ไม่ได้บ่น
ขำขำนิดหน่อยที่วันที่14กุมภาพันธ์ที่ผ่านมามีเพื่อนส่งsmsมาบอกรักกันมากมายนับไม่ถ้วน(2คน)
ทำให้คิดถึงว่าเมื่อไม่กี่วันมานี้มีคำถามสนุกๆ ส่งเป็นอีเมล์ต่อกันมา
เป็นคำถามที่ให้เราตอบแล้วก็ส่งกลับหรือส่งต่อไปให้เพื่อนๆ
ในบรรดาคำถามทั้งหลายสิบข้อ มีหลายคำถามที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับความรัก
เช่น บอกรักครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ เชื่อเรื่องรักแรกพบหรือไม่
คิดว่าคนหนึ่งรักเพราะอะไร แหม..เข้าทางคนน้ำเน่าอย่างเราพอดิบพอดี
หลังจากที่เพื่อนๆ น้องๆ ส่งคำตอบกลับมา คำตอบของทุกคนก็ทำให้่กรูขำ
บางคำถามก็ทำให้หมั่นใส้อย่างยิ่ง ประมาณว่ากรูรู้เลยว่าเมิงกะลังอินเลิฟอย่างมาก..ชิส์
แต่ว่าทั้งหมดทั้งปวงนั้นทำไมมีตูคนเดียวที่ตอบว่่าเชื่อเรื่องรักแรกพบล่ะ
แล้วทำไมทุกคนถึงไม่เชื่อล่ะ ทำไม ทำไม
ลองนึกๆดูแล้ว ช่วงวัยที่มีความรักสนุกที่สุดสำหรับกูคงเป็นช่วงวัยรุ่น
มันเป็นช่วงเวลาที่เราทุ่มเทให้กับเพื่อนและคนรักอย่างเต็มที่
พลังชีวิตมันเต็มร้อย ใจมีเท่าไหร่ใส่เข้าไปหมด แถมยิ่งรักแรงก็ยิ่งเกลียดแรง
แต่พอเริ่มเข้าวัยเปลี่ยนแปลง ขณะที่เท้าข้างหนึ่งอยู่ในแอ่งของความสนุก
ชีวิตวัยรุ่นที่เรายังไม่อยากสลัดทิ้ง
อีกข้างกลับต้องเลือกเหยียบขั้นบัันไดที่จะเป็นฐานให้เราในอนาคต
และต้องเริ่มใช้เหตุผลเริ่มมากกว่าอารมณ์
ความรักเริ่มไม่ราบรื่นเหมือนตอนวัยรุ่นอีกต่อไป........
ไม่สนุกอีกต่อไป...
วันวาเลนไทน์อาจทำให้คนขี้อายและไม่มีแฟนบางคนรู้สึกกระอักกระอ่วนกับดอกกุหลาบที่ปลิวว่อน
แต่วันวาเลนไทน์ ก็ทำให้คนที่ไม่สามารถบอกรักกันได้ทุกวัน
อย่างเพื่อน พี่น้อง เพื่อนร่วมงาน สามารถบอกรักกันได้ในวันนี้อย่างไม่ต้องกลัวเข้าใจผิด
เพราะเค้าบอกรักกันให้เกลื่อน
แล้วถ้ากูถามคำถามโง่โง่ว่า การแสดงออกว่ารัก กับการบอกรักต่างกันตรงไหน
ตรงที่อย่างหนึ่งเป็นการกระทำ อีกอย่างเป็นคำพูดใช่ป่ะ
แล้วถ้าเราบอกรักเพราะต้องการแสดงออกว่ารักล่ะ มันจะเป็นเรื่องเดียวกันรึเปล่า หือ..หือ
สุดท้ายตอนนี้ถ้าจะบอกว่ากรูไม่แคร์หรอก ไม่มีคนรักก็ไม่เห็นตาย
จริงๆแล้วถึงมันจะไม่ตาย แต่เรื่องรักก็เป็นตัวชูรสให้กับชีวิต อาจไม่ใช่ประเด็นหลัก
แต่ก็เป็นเรื่องที่จะขาดไม่ได้ในภาวะโลกร้อน หุ้นตก เศรษฐกิจไม่ดี
หรือการเมืองเปลี่ยน มันต้องมี เพราะมันทำให้คนขี้เหงามีกำลังใจ
ทำให้พ่ออยากกลับบ้าน ทำให้แม่ขยันทำงาน
และทำให้คนขี้เกียจอย่างกรูลุกขึ้นมาอัพบล๊อคอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

3 comments:

My Dear Space said...

ใน love at first sight มันเหมือนเรื่องรัก
ในเทพนิยายหรือตำนานอะไรเทือกๆ นั้นอ่ะพี่
เดียเคยหลงใหลได้ปลื้มไปกับมันนะ
แตุ่สุดท้ายก็พบว่ามันกลายเป็นเปลือกสีหวานที่หุ้ม
ไว้ให้เรามองข้ามความเป็นจริงในหลายๆ อย่างไป
เมื่อเปลือกหุ้มมันหลุดออก เอ่ออออ
ไม่อยากจะพูด

ได้นั่งแทกซี่ตอนวันวาเลนไทน์ พี่คนขับเค้าพูดว่า
"วันของวัยรุ่นเค้า" หุ หุ

keng said...

ไม่อยากจะบอกเลยว่า หนังสือที่พี่ชอบอ่านตั้งแต่เด็กคือเรื่องเมืองในตู้เสื้อผ้า(ปัจจุบันเค้าฮิตกันว่า "นาเนียร์")แมงมุมเพื่อนรัก ยูนิคอร์นกับนกโดโด โดเรมอน โตขึ้นมาก็อ่าน แฮรี่พอตเตอร์หรือไม่ก็ตำนานเกี่ยวกับมังกรเนี่ยชอบมากกกก จัดว่าเป็นพวกบ้าเทพนิยาย..
เอ่อ..ยกตัวอย่างมากไปป่าวอ่ะ
แค่อยากจะบอกว่าพี่เชื่ออะไรแบบนี้เท่านั้นเอง
แต่เรื่องความรัก มันก็เป็นอะไรที่ต่างไป คนสองคนจะอยู่ด้วยกันมันก็ต้องการมากกว่าสิ่งที่เห็นกันอยู่ภายนอกอยู่แล้ว
ส่วนเรื่องวันวาเลนไทน์...ถ้าจะให้พูดก็ยาวจ้ะ ขอแปะไว้ก่อนละกัน อิ อิ

chery...me said...

no comment ใดๆ แค่อยากจะบอกว่า "กรูชอบวะ" ^-^