Sunday, October 26, 2008

ระบบป้องกันตัวเอง..โดยอัตโนมัติ

พักหลังนี้มีเรื่องวิตกกังวลอยู่เรื่องหนึ่ง เป็นเหตุให้วิถีการดำรงชีวิตเป็นไปอย่างยากลำบากสำหรับกรูเหลือเกิน เนื่องจากว่าทุกครั้งทุกหนที่พบเจอผู้คนแปลกหน้า หรือบางคนผู้ซึ่งเป็นที่เคารพทำให้กรูต้องสงบเสงี่ยมเจียมปาก มิพูดมากให้เป็นเหตุ ทำให้บุคคลเหล่านั้นต้องขุ่นข้องหมองใจ แล้วจะพาลเกลียดกรูไปเปล่า.เปล่า
หลายคร้ังเหลือเกินที่พยายามแก้ตัว บอกใครต่อใครว่า "เปล่าน้าาา เมื่อก่อนกรูไม่ได้เป็นแบบนี้" ก็ดูเหมือนจะไม่มีใครเชื่อ มีเพียงเพื่อนบางคนที่ดูเหมือนจะเข้าใจ แต่ก็พูดให้กำลังใจกรูแปลก.แปลกว่า "ใช่เมื่อก่อนเก่งไม่เป็นแบบนี้" (T__T)
สถานที่เกิดเหตุ ได้แก่สำนักงานนิตยสารเล่มหนึ่งที่มีบอกอใจร้ายยยยย เฝ้าพร่ำสอนคนเรียบร้อยอย่างกรูให้รู้จักเถียงผู้คน หรือตบตีกันด้วยวาจา โดยมีพี่ทั่นเป็นต้นแบบ คอยก่นด่าผู้คนใกล้ตัวให้เป็นตัวอย่างอันดีอยู่ร่ำไป
ยัง.ยังไม่พอ ยังมีเทรนเนอร์อีกสองคน
หนึ่งคือพี่......(ขอไม่เอ่ยนามเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของทั่นทั้งหลาย) ผู้ซึ่งรู้จักการหยอดเป็นนิจ เจอผู้หญิงก็หยอด เจอผู้ชายก็หยอด กระเทยก็หยอด แม้กระทั่งกรูก็หยอด พี่แกลงทุนแทะโลมกรูได้พักนึงจนรู้แน่แก่ใจแล้วว่า หยอดเท่าไหร่กรูก็คงไม่ละลาย จึงเปลี่ยนเป็นตบมุขแทน และเนื่องจากพี่แกเป็นครีเอทีฟ มุขแกจึงดูเหมือนไม่มีวันหมด ตบได้ตลอดเวลา และทุกครั้งกรูก็ทำได้เพียงหัวเราะแหะ.แหะ แล้วก็ยิ้ม หรือไม่ก็หัวเราะจนเหมือนเป็นบ้า .....ได้เพียงเท่านั้นเอง
สองคือพี่...... พี่ทั่นคนนี้เป็นหญิงสาวผู้มีบุคลิกเหมือน "คิม ซัม ซุน" นางเอกในหนังเรื่อง "ฉันนี่แหละ คิมซัมซุน" เป็นอันมาก(ในความคิดของกูเพียงผู้เดียว) สำหรับพี่คนนี้อาวุธร้ายของแกคือ ปากด่า มือตบ(ตบจริง ไม่ใช้ตัวแสดงแทน) ดังนั้นทุกครั้งที่เจอ นอกจากจะช้ำใจแล้ว ตัวกูยังช้ำอีกด้วย และด้วยสาเหตุนี้เองทำให้กูต้องขยันฟิตซ้อมฝีปากเพื่อป้องกันตัวเองบ้าง

ด้วยบุญคุญของพี่ทั่นทั้งหลายเพียงไม่นานนัก หมีบ้าตัวหนึ่งก็ได้ถือกำเนิดขึ้นมา วะ ฮะ ฮะฮะฮะ ฮ่า
และนับแต่นั้นมา เรื่องเศร้าก็เกิดขึ้นเป็นประจำ
...ปากพาไป ปากไวกว่าความคิด เป็นเรื่องปรกติของกูไปแล้ว ที่แย่ก็คือกูไม่เคยรู้ตัว จนกระทั่งได้ยินเพื่อนพูดบ่อยเหลือเกินว่า เมื่อก่อนเก่งไม่เป็นแบบนี้นี้นี้นี้ บวกกับบางครั้งบางคราวเห็นสีหน้าของคู่สนทนาเปลี่ยนไป จึงได้คิดว่า ...เอ กูพูดอะไรเลวเลว ออกไปอีกแล้วรึเปล่า
ช่วงนี้จึงออกอาการโรคจิต ตกดึกก่อนนอนต้องมานั่งคิดว่า วันนี้พูดอะไรไปบ้าง พูดแย่แย่กับใครไปรึเปล่า เผลอทำร้ายใครโดยไม่ได้คิดอีกมั๊ย
แต่บางครั้งความคะนองปากมันพาไป ยิ่งพูดยิ่งมัน(ขอย้ำว่าเมื่อก่อนไม่เป็นแบบนี้) ทำให้ตกเย็นของวันนั้นกูแทบจะลาตัวไปบวชเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร
ตอนนี้จึงฝึกตัวด้วยการนั่งสมาธิ หลับบ้างอะไรบ้าง แต่อย่างน้อยหวังว่าถ้าใจสงบ ปากมันคงสงบขึ้น

ตอนนี้จึงขออภัยล่วงหน้า หากวันใดพบเจอ เผลอล่วงเกินทางวาจาจนทำให้อยากด่ากลับ ขอให้ทั่นทั้งหลายทำได้โดยมิต้องละอาย ถือซะว่าเป็นการดัดสันดารหมีปากจัดตัวหนึ่ง
และเพื่อแสดงพัฒนาการของกู ขอบอกว่า.ปัจจุบันนี้ คิม ซัม ซุน คนนั้นหลีกเลี่ยงการปะทะกันด้วยวาจากับกูไปนานแล้ว วะ ฮะ ฮะ ฮ่าาาา

2 comments:

huakeeluey said...

เล็ก กับ หมีบ้า 555

keng said...

ไรเนี่ยยยย..แกรู้ได้ไง พี่อุตส่าปิดบังชื่อเค้า อีนังหมีหัวโต