

16 พฤศจิกายน 2550
หมีใหญ่เกิดอาการตื่นเต้นที่จะได้ไปเที่ยวจนถึงขนาดลืมแปรงสีฟันคู่กาย
หมีใหญ่เกิดอาการตื่นเต้นที่จะได้ไปเที่ยวจนถึงขนาดลืมแปรงสีฟันคู่กาย
ซื่งทำให้กูได้รู้ว่า แปรงสีฟันของญี่ปุ่นแข็งบรรลัย
22.30น. ระหว่างก้าวขาขึ้นเครื่องโบอิ้ง นามพระราชทาน "ขวัญเมือง"
ใจกูก็ยังเต้นโครมคราม หูก็ยังคงแว่วเสียงไซโคจากโกบ๊วยเป็นระยะ
17 พฤศจิกายน 2550
04.00น. เกิดอาการเมาขี้ตาบนเครื่องบิน พร้อมกับก่นด่าผู้คนบนเครื่องบินที่จะตื่นขึ้นมาทำห่ะไรตอนนี้
ก่อนที่จะรู้ตัวในอีกนาทีต่อมาว่า "กูลืมปรับเวลา
09.30น. หาที่พักสามคืนแรกในโตเกียวเจออย่างไม่ลำบากเท่าไหร่ ขั้นตอนการเข้าพักก็ธรรมดาดาษดื่น
แต่ทำไมใจกูยังไม่ยอมสงบ ได้แต่หันไปมองไอ้บัวที่ดูใจเย็นซะเหลือเกินด้วยความหมั่นไส้
11.30น. ได้กินมื้อแรกของวัน..ในญี่ปุ่น พร้อมขี้ฟันที่ยังไม่ได้แปรง..จากเมืองไทย
..หลังจากนั้นความทรงจำขาดหาย จำไม่ได้ว่าทำไร ยังไง บัวบอกว่าอย่าสนใจ มันเป็นเรื่องปรกติ(ของแกคนเดียวอ่ะดิ)
19.30น. หมีสองตัวพร้อมใจกันหลับในโรงหนังต่างบ้านต่างเมือง
18 พฤศจิกายน 2550
11.30น. เพิ่งรู้ตัวว่ามีงานวัดห่างจากที่นั่งกินข้าวไปไม่ถึงร้อยเมตร และมันกำลังจะจบแล้ว
13.30น. ได้จับตีน "ฮะจิโกะ" หมาที่ดังที่สุดในย่านชิบุยะ
19.00น. กินข้าวแกงกะหรี่ ในร้านสไตล์ fastfood ที่เจ๋งที่สุด(สำหรับตู)
21.00น. ดูหนังล้างตา(น้ำตาไหลพราก) เรื่อง The Drummer
19 พฤศจิกายน 2550
10.30น. ยืนอยู่บนรถไฟ Hakone Tozan Railway ท่ามกลางคนแก่มากมายย และรถไฟที่วิ่งช้าที่สุดในโลกจนเหมือนไม่ขยับ
11.30น. นั่งกินข้าวเช้าที่สถานี chokoku-no-mori ระหว่างที่บัวไปอึ ก่อนเข้า hakone open air museum
10.30น. ยืนอยู่บนรถไฟ Hakone Tozan Railway ท่ามกลางคนแก่มากมายย และรถไฟที่วิ่งช้าที่สุดในโลกจนเหมือนไม่ขยับ
11.30น. นั่งกินข้าวเช้าที่สถานี chokoku-no-mori ระหว่างที่บัวไปอึ ก่อนเข้า hakone open air museum
14.00น. ต้มตีนหมี
16.00น. หลงกับนังบัว โชคดีที่มีทางออกทางเดียว ที่สุดโชคชะตาก็พาเรากลับมาเจอกัน
21.00น. ช๊อปปิ้งในร้านสะดวกซื้อตอนลดราคาก่อนปิดร้าน
20 พฤศจิกายน 2550
11.30น. ขึ้นชินคันเซน "Hikari" ไปเกียวโต
12.30น. เห็นภูเขาไฟฟูจิ ตื่นเต้นมาก ไม่รู้ทำไม
14.30น. เดินหลงทางอยู่แถวๆ ถนน "Gojo Dori" เจอลุงกับป้าสองคนที่พยายามบอกทางด้วยภาษาญี่ปุ่น ในขณะที่เราถามทางเป็นภาษาอังกฤษกับภาษาไทย?!
15.00น. บัวพบความจริงแห่งชีวิตว่า "ไม่ควรปล่อยให้หมีหิว"
16.30น. เจอร้าน "Oconomiyaki" แถมท้ายว่า Japanese style สองหมีที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ก็เดินเข้าไปอย่างว่าง่าย
19.00น. พบย่านราตรี แสงสีและห้างสรรพสินค้า ที่ที่สองหมีต้องมาทุกวันตลอดเวลาที่พักอยู่ในเกียวโต
21.30น. เกิดการโป๊เปลือยในห้องอาบน้ำสาธารณะ หมีสองตัวถูกต้มด้วยน้ำร้อนที่อุณหภูมิกว่า 45 องศา พี่หมีถูกรุมประชาทัณฑ์ด้วยสายตาอย่างน่าเกลียด..ฮือ..ฮือ
21 พฤศจิกายน 2550
10.00น. พบร้านข้าวที่อร่อยที่สุด(สำหรับเรา)ในระหว่างทางเดินไปวัด "Toji"
11.00น. เดินเล่นในตลาดนัดที่มีทุกวันที่ 21 ในวัด Toji และตื่นตาตื่นใจกับใบไม้เปลี่ยนสี (เพิ่งรู้สึกตัวว่าเราอยากมาเพราะเหตุนี้)
14.00น. ถึงวัด "Kiyomizudera" ระเบียงไม้สูง.สูง ที่สร้างอยู่บนเขานั่น ควรได้รับการรับรองว่าคนยืนแล้วมันไม่พัง
16.00น. บัวอธิฐานขอให้ท้องง..โดยบังเอิญ ด้วยการไปลูบพุงเทพองค์หนึ่ง เพราะหวังว่าตัวเองจะหายปวดท้อง ฮ่า.ฮ่า22 พฤศจิกายน 2550
10.30น.ไปวัด "Ginkakuji" หรือปราสาทเงิน คู่ขาของ "Kinkakuji" ปราสาททอง และพบว่ามันเป็นเพียงกระต๊อบเก่าๆเท่านั้น
11.30น. เดินตามเส้นทางเส้นทางที่นักปราชญ์สมัยเก่าเคยเดิน
14.00น. หลงทางเพราะไอ้บัววิ่งตามเด็กนักเรียนที่มาทัศนศึกษา แล้วเราสองคนก็เดินข้ามเขากันเป็นลูกๆ ในขณะที่คนอื่นหายไปหมด อ้ายยบ้า16.00น. นั่งชมสวนแบบเซ็นที่วัด "Nanzenji" อากาศหนาว ฝนตกแต่บัวหนาวจัดเห็นเป็นหิมะเฉยเลย
23 พฤศจิกายน 2550
12.30น. หมีสองตัวพบเจอป่าไผ่
24 พฤศจิกายน 2550
16.00น. พบเจอพี่สาวใจดีที่สถานีรถไฟ "Oji"
21.00น. "คริส" เจ้าของที่พัก "Yougendo" แนะนำสถานที่พักเก่าแก่กว่า 100 ปี อย่างละเอียด พร้อมเน้นย้ำห้ามทำลายความสงบ ซึ่งพวกเราทำไม่ได้เลย
25 พฤศจิกายน 2550
08.30น. กินอาหารเช้าที่ "คริส" เป็นคนทำ น่าตาน่าอร่อย แต่บัวบอกว่า "ไม่อร่อยเลยคริส"
09.30น. ออกจาก Oji ถึง Nara แล้วไปต่อชินคันเซนที่ Kyoto
19.00น. กลับมาตายรังที่ Ginza ย่านแสงสีในโตเกียวรอเวลากลับบ้านในวันพรุ่ง
ป.ล. เวลาเป็นแค่ตัวเลข เมคได้กูก็เมคเอา ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงล่ะ
ป.ล. เวลาเป็นแค่ตัวเลข เมคได้กูก็เมคเอา ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงล่ะ





3 comments:
555 อ่านแล้วขำ
เป็นทริปที่ไอ้บัวโดนเผาแหลก
อย่าลืมใส่รูปเพิ่มอีกนะพี่หมี :0
โอ้ย โอ้ยยยยยย
พี่เก่งงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
--
มัวแต่เขียนบัญชีล่ะสิ เรยเขียนไดอารี่ยังกะกำหนดการงานสัมมนา ชิชะ
ใช่ซี๊..พี่ไปประชุมนักการบัญชีโลกที่ญี่ปุ่น
ไม่รู้เลยล่ะซี้..ก็เอาแต่นอนนี่น๊า
Post a Comment