...อุ๋ย คือชื่อของเพื่อนผู้หญิงเพียงคนเดียวในกลุ่มตอนเรียนอาชีวศึกษา กลุ่มที่มีแต่เพศที่สามอันได้แก่ ไอ้เก่ง ไอ้ไฝ ไอ้หลิว ไอ้ปอ ไอ้เสาว์ ไอ้ออน เพื่อนผู้หญิงเพียงคนเดียวที่น่ารักจิ้มลิ้ม ตัวเล็กๆ ตันๆ เสียงเพราะ จึงเปรียบเสมือนนางฟ้า เป็นดาราในกลุ่มและถูกทุกคนตามใจจนดูเหมือนมันจะเสียเด็ก ....ยกเว้นเรา
ตั้งแต่เด็กจนโต ไม่ว่าจะเรียนที่ไหน ความเป็นเอกลักษณ์ของเราเพียงอย่างเดียวที่ไม่เคยเปลี่ยนคือ ชอบเป็นอิสระ ชอบอยู่คนเดียว ติดเพื่อนแต่ไม่เคยตามเพื่อน จนถูกถามคำถามเดิมซ้ำกันหลายครั้งว่า ทำไมชอบอยู่คนเดียว เราก็ตอบซ้ำๆ อย่างเดิมคือ กูก็ไม่รู้เหมือนกัน
นอกจากจะเป็นนางฟ้าในกลุ่ม อุ๋ยยังเป็นอีกหลายอย่าง เป็นคนคอยประสานเวลาเพื่อนทะเลาะกัน เป็นคนคอยหาเรื่องเวลาเพื่อนดูเหมือนจะรักกันเกินไป และเป็นคนที่คอยลากเราไปรวมกับเพื่อนๆ เวลาที่เราชอบแยกตัวออกไปอยู่คนเดียว
...เดยทุ่มเทถึงขนาดมารับเราที่หอพักตอนตีห้าทุกวัน เพื่อป้องกันการโดดเรียนของไอ้หมีขี้เกียจและขี้เซา
ทำอย่างนี้มาตลอดสองปี จวบจนกระทั่งมันมีแฟนเป็นตัวเป็นตนก็เลิกทุ่มเทให้กับเพื่อน ...และทุกๆคนก็เริ่มห่างหายไปเมื่อไม่มีนางฟ้าทำหน้าที่เป็นตัวประสาน .....ผ่านไป 15 ปี วันนี้อุ๋ยกลับมาทำหน้าที่นั้นอีกครั้ง
อุ๋ยบอกว่าตอนที่เปิดสมุดโทรศัพท์ คนแรกที่อยากเจอคือเก่ง เิริ่มออกตามหาตัวเก่งคนแรก ...แต่กลับเจอเป็นคนสุดท้าย สามเดือนที่มันใช้เวลาตามหาเรา มันโทรไปทุกที่ ตั้งแต่เทศบาลเมือง จังหวัด โรงเรียนเก่า บริษัทที่คิดว่าเราน่าจะไปทำงาน ค้นหาในgoogle ในเฟซบุ๊ค สมุดหน้าเหลือง ไม่เคยย่อท้อจนเพื่อนบางคนสงสัยว่า ....เราคงจะติดหนี้มันก้อนใหญ่
วันที่ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เวลาบ่าย 2 ณ.ที่ทำการไปรษณีย์แห่งประเทศไทย เขตจอมทอง เรารับโทรศัพท์สายหนึ่งด้วยความประหลาดใจ มีเสียงเพราะๆผ่านมาตามสายพูดว่า "ขอสาย อารีรัตน์ แซ่ตั้งค่ะ" เรางง!!? ใครวะรู้จักนามสกุลเก่ากรูด้วย เราตอบรับไปตามสาย แต่เสียงนั้นก็ยังคงย้ำว่า "อารีรัตน์ แซ่ตั้งที่เปลี่ยนนามสกุลเป็น ภัคจินดา ชื่อเล่น เก่ง นะคะ" เราก็ตอบรับแบบงงๆ แล้วก็ถามว่ามีอะไร
...จากนั้นก็เป็นน้ำเสียงดีใจที่ฟังไม่ได้ศัพย์ พร้อมคำถามที่ยิงมาเป็นชุด สบายดีมั๊ย ทำอะไรอยู่ ตอนนี้อยู่ที่ไหน รู้มั๊ยว่าหาตัวยากมาก บลาาาาาาา..... เรางุนงงกับคำถามที่ไม่รู้ว่าใครเป็นคนถาม เพราะมันไม่ยอมบอกว่าเป็นใคร จนกระทั่งเราขู่ว่าจะวางมันถึงยอมบอก และ 6โมงเย็นของวันเดียวกันนั้นมันก็ให้แฟนขับรถมอเตอร์ไซด์จากห้วยขวางมาหาเราที่ร้าน อยู่คุยจนเกือบห้าทุ่ม จนต้องไล่มันกลับ มันถึงจะกลับ...
ตอนนี้หัวบันไดร้านราดหน้าจึงไม่เคยแห้ง ด้วยมีเพื่อนเก่าแวะเวียนกันมาหาทีละคน(ย้ำว่าทีละคน) แต่ละคนก็จะตั้งคำถามว่าที่ผ่านมามึงเป็นยังไง ทำไมมาขายราดหน้าได้ ทำไมเลิกกับปิ๋ม แล้วทำไมยังไม่มีแฟน เราก็ต้องฉายหนังเรื่องราวชีวิตดราม่าของตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าสลับกับการนั่งลูบหัวจูดี้เป็นระยะแก้เบื่อ .... และเมื่อสาสมแก่ใจของพวกมันแล้ว ก็ถึงตาของพวกมันเล่าชีวิตที่ผ่านมาของตัวเอง พวกเราต่างใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ช่วยกันถมและพยายามจะเติมเต็ม 15 ปีที่มันหายไป
มีคำถามหนึ่งที่เราถามพวกมันทุกคนคือ เราเปลี่ยนไปมั๊ย บางคนตอบว่าเปลี่ยนแต่ให้นิยามไม่ได้ บางคนบอกว่าเราขรึมขึ้น และบางคนบอกว่าน่ากลัวกว่าเมื่อก่อน แต่ที่ทุกคนเห็นตรงกันคือ ดูเรารักความสงบและโดดเดี่ยวมากกว่าเมื่อก่อนจนน่ากลัวว่าจะไปบวชอยู่รำไร.... -__-
ไม่ว่าจะอย่างไร สุดท้ายแล้วเรื่องราวในครั้งนี้ก็คงต้องขอบคุณอุ๋ย นางฟ้าที่เปลี่ยนเป็นตัวอ้วนกลมแต่ยังคงนิสัยน่ารักเหมือนเดิม ถึงแม้โดยส่วนตัวแล้วเราก็ไม่ได้คาดหวังอะไรจากการพบปะกันของเพื่อนๆในครั้งนี้ เพราะกับบางคนเราก็รู้สึกได้ว่ามันเป็นการพบอีกครั้งเพื่อที่จะลาจาก แต่กับบางคนเราก็รับรู้ได้ว่าจากนี้เราจะมีมิตรภาพดีๆ งอกงามเพิ่มพูนขึ้นมาอีก
กระแสของเวลา 15 ปีที่ไม่มีใครสามารถต้านทานได้ ไม่ว่าจะรูปร่างเปลี่ยน หน้าตาเปลี่ยน นิสัยเปลี่ยน แต่ลึกๆแล้ว พื้นฐานของพวกเราคือคนเดิม พวกเรายังคงเป็นก้อนหินก้อนเดิม เพียงแต่ได้รับการขัดเกลาให้กลมเกลี้ยง หรือบิดเบี้ยวตามแต่สภาพของลมฟ้าและสายน้ำ การมาพบกันอีกครั้งของพวกเรา จึงไม่ได้มาพบกันเพื่อสานต่อความสัมพันธ์ในอดีต แต่เป็นการพบกันเพื่อเริ่มต้นใหม่โดยมีเรื่องราวในอดีตเป็นตัวชักนำ
คงเหมือนกับใบไม้ที่ปลิดปลิวจากกิ่งเมื่อถึงเวลา เพื่อนฝูงบางคนเมื่อถึงเวลา ก็ต้องจากกันไป ..ก็เป็นเรื่องธรรมดา
3 comments:
แมนเชียวนะรูปนี้น่ะ
นี่พี่เก่งน่ากลัวกว่าเมื่อก่อนอีกเหรอ น่ากลัวอ่ะ
โหหห..อยู่เบอร์ลินยังเข้ามาเม้นท์ ..รักแกจัง จุ๊บ จุ๊บ
ว่างล่ะซิ๊..นังเมียเก็บในห้องเช่า555
บัวดูรูปแล้วแยกออกเหรอว่าพี่คนไหน ..เก่งนะ ว่าแต่..บัวว่าพี่น่ากลัวจริงเหรอ -__-" เค้าออกจะอบอุ่น...
ห่างหายไปนาน ฤกษ์ดีเข้ามาดูบล๊อกเพื่อนก็วันเกิดพอดี
Post a Comment